Jorpor Variety

เที่ยวสงกรานต์ทั่วไทยสำรวจถนนหลัก-เส้นทางเลี่ยงก่อนสตาร์ทรถ

อัพเดท: Monday, April 11th, 2011 | เข้าชม 2,360 ครั้ง



 

เที่ยวสงกรานต์ทั่วไทยสำรวจถนนหลัก-เส้นทางเลี่ยงก่อนสตาร์ทรถ

อีกวันสองวันก็จะถึงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ของไทย การเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งไปเยี่ยมญาติตามจังหวัดต่าง ๆ ของคนกรุง คงจะเริ่มทยอยออกเดินทางในวันนี้แล้ว หรืออย่างช้าในวันที่ 12 เมษายน เพื่อให้ทันร่วมเฉลิมฉลองสงกรานต์ ซึ่งการเดินทางของประชาชนที่มุ่งสู่จังหวัดต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้นั้น ส่วนใหญ่จะพร้อมใจกันเดินทางในวันที่ 11 หรือ วันที่ 12 เมษายน ก็ย่อมทำให้การจราจรคับคั่งบนทางหลวงเช่นทุก ๆ ปีที่ผ่านมา

ตำรวจทางหลวง ถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในด้านการดูแลสภาพการจราจรบนทางหลวงทั่ว ประเทศ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก และคล่องตัว ไม่ให้ติดขัดบนทางหลวงนานเกินไป พร้อมทั้งบอกเส้นทางเลี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ จะได้ไม่ไปแออัดบนเส้นทางเดียวกัน

สำหรับความพร้อมของตำรวจทางหลวง ที่จะบริการประชาชนในการเดินทางทั่วประเทศนั้น พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.ทล. ได้กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้ตำรวจทางหลวงกับภาคเอกชนต่างๆ พร้อมแล้วสำหรับการให้บริการประชาชนในช่วงสงกรานต์ โดยขณะนี้ได้เตรียมกำลังตำรวจทางหลวง 2,000 นาย อาสาสมัครตำรวจทางหลวง นักเรียนอาชีวะ และมูลนิธิต่างๆ ประมาณ 4,000 คน รถวิทยุตรวจการณ์ 832 คัน รถ จยย.150 คัน รถกู้ภัย 22 คัน รถยก 46 คัน นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับกองบินตำรวจ รวมทั้งภาคเอกชนที่มีพารามอเตอร์ (ร่มบิน) และอุลตร้าไลท์ ไว้บินสำรวจสภาพการจราจร

โดยตำรวจทางหลวงจะเน้นไปที่เส้นทางหลักสู่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีสภาพการจราจรหนาแน่น ส่วนภาคใต้คาดว่า การใช้ถนนจะน้อย เพราะถนนพัง ทรุดหลายจุดจากน้ำท่วม สงกรานต์ภาคใต้อาจจะกร่อย ทางด้านภาคตะวันออกแม้ว่าปริมาณรถเยอะ แต่ไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนใหญ่รถจะติดขัดในงานวันไหล พัทยา ซึ่งเป็นช่วงท้ายของงานสงกรานต์

ผบก.ทล. กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่จะเน้นมาตรฐาน “3ม. 2ข. และ 1ร.” คือ เมาไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย มอเตอร์ไซด์ต้องปลอดภัย มีใบขับขี่ รัดเข็มขัดนิรภัย และไม่ขับรถเร็วเกินมาตรฐานที่กำหนด หรืออาจเพิ่มขึ้นมาอีก 1ย. คือ อย่าขับรถย้อนศร โดยสิ่งที่ตำรวจห่วงมากที่สุดในช่วงเทศกาลคือ ความเร็ว ความเมา ความง่วง ทั้งความเร็ว และความเมา มีกฎหมายควบคุม และมีเครื่องมือวัด แต่ความง่วงไม่มีกฎหมายควบคุม ตำรวจ และภาคเอกชนจึงต้องคอยให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น และจัดสถานที่พักผ่อนให้ มีการแจกกระเป๋ากันง่วง โดยในกระเป๋าจะมียาหอม ยาดม กาแฟ ลูกอม ขนมขบเคี้ยว ให้กับผู้ขับรถโดยสารตามจุดต่าง ๆ

“สิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องพร้อมก่อนเดินทาง คือ 1.พักผ่อนให้เพียงพอ 2.สภาพรถต้องพร้อม ถ้าใช้รถเกิน 5 ปี ต้องเช็คเบรก และระบบช่วงล่างก่อนเดินทาง 3.ต้องศึกษา เพื่อใช้เส้นทางเลี่ยง ถ้ามีเหตุฉุกเฉินโทรฯ 1193 โดยในปีนี้ ตำรวจทางหลวงยังให้บริการข้อมูลทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ไอโฟน ระบบแอนดรอย์ (Application Highway Police Thailand) ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทาง รวมทั้งสถานีตำรวจทางหลวงตามจุดต่าง ๆ มีรายชื่อตำรวจพร้อมเบอร์โทรฯ ด้วย โดยปีนี้ตำรวจทางหลวงตั้งเป้าลดการสูญเสียชีวิตไว้ไม่เกิน 30 ราย กับเส้นทางหลวง 19,000 กม.ที่รับผิดชอบ โดยเส้นทางหลักไม่น่าห่วง แต่ที่น่าห่วงคือเส้นทางสายรองที่มีรถ จยย.เยอะ ๆ” พล.ต.ต.นรบุญ กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.ดิเรก ปลั่งดี ผกก.1 บก.ทล. เปิดเผยว่าช่วง 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 12-18 เม.ย.54 ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนศึกษาเส้นทางหลัก และเส้นทางเลี่ยง ในพื้นที่ภาคกลางเชื่อมต่อไปยังภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนี้

ไปภาคเหนือ
ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) กม.ที่ 52-54 บริเวณต่างระดับบางปะอิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นจุดบรรจบของเส้นทางหลวงหลายสาย เช่น ทางหลวงพิเศษสาย 9 (มอเตอร์เวย์) ถนนกาญจนาพิเศษ (วงแหวนตะวันตก) และทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) รวมทั้งสถานีบริการเชื้อเพลิง 7 แห่ง

เส้นทางเลี่ยง
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางด่วนบางปะอิน-ทางหลวง 347 (บางปะหัน)-แล้วใช้ทางหลวง 32 (สายเอเชีย)

- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางด่วนบางปะอิน-ผ่าน จ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท-นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน)

- จากรังสิต ใช้ทางหลวงหมายเลข 346 (รังสิต-ปทุมธานี) ทางหลวง 347 ปทุมธานี-บางปะหัน แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย)

ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1.ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากกรุงเทพฯ-กม.ที่ 52-54 (ต่างระดับบางปะอิน) บริเวณกม.ที่ 64 กำลังก่อสร้างสะพานกลับรถ อ.วังน้อย-อ.หนองแค (กม.94) และ กม. 107-108 ต่างระดับ จ.สระบุรี

เส้นทางเลี่ยง
- จากรังสิตใช้ทางหลวง 305 (รังสิต-นครนายก) ไปออก อ.วังน้อย หรือ อ.หนองแค อ.บ้านนา-ถนนมิตรภาพ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

- จากกรุงเทพฯ ผ่าน จ.นครนายก-ปราจีนบุรี-แยก อ.กบินทร์บุรี-จ.นครราชสีมา รวมระยะทาง 307 กม.

- จากกรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี-สระแก้ว-อรัญประเทศ-ตาพระยา-บุรีรัมย์ รวมระยะทาง 396 กม.

- จากกรุงเทพฯ-สระบุรี-อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี-จ.ชัยภูมิ-จ.ขอนแก่น รวมระยะทาง 471 กม. (ถ้าเข้า จ.นครราชสีมา ระยะทาง 321 กม.)

2.ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) กม.ที่ 17-34 เขต อ.เมืองสระบุรี อ.แก่งคอย อ.มวกเหล็ก มีปริมาณรถสะสมมาก ประกอบกับเป็นทางขึ้นเนินลงเนิน หน้าโรงปูนทีพีไอ ต่อเนื่องขึ้นเนิน ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา-ปากช่อง-กม.ที่ 88 ลำตะคอง อ.สีคิ้ว
เส้นทางเลี่ยง
- จาก จ.สระบุรี ใช้ทางหลวง 21 แยกพุแค-อ.ด่านขุนทด-จ.ชัยภูมิ-อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น
- ใช้ทางหลวง 304 เส้นทาง อ.วังน้ำเขียว-อ.ปักธงชัย-แยกขวาไปบุรีรัมย์

3.ทางหลวงหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ช่วงกม.ที่ 41-48 อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นทางขึ้นเขาลาดชัน โค้งอันตราย บริเวณจุดนี้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ ๆ บ่อยครั้ง ควรลดความเร็ว และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่

ทางด้าน พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก. 8 บก.ทล. และ พ.ต.ท.พิชัย โกจารย์ศรี รอง ผกก.8 บก.ทล. ซึ่งรับผิดชอบถนนมอเตอร์เวย์ และถนนวงแหวนตะวันออก เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ปริมณฑล กับภาคภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้เปิดให้ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ฟรีช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นดำเนินการ 4 เรื่องหลัก

1.จัดกำลังตำรวจทางหลวงไปอำนวยความสะดวกบริเวณด่านเก็บเงิน 4 ด่าน คือ ด่านพานทอง ด่านลาดกระบัง ด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี แม้ว่าจะไม่มีการเก็บเงินค่าผ่านทาง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันที่ 8 เม.ย.-เวลา 12.00 น. วันที่ 18 เม.ย.54 แต่ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้รถอาจไม่ทราบว่าเปิดให้วิ่งฟรี เมื่อใกล้ถึงด่านจึงชะลอความเร็ว ทำให้ประสบอุบัติเหตุชนท้ายกัน

2.จัดสถานที่จอดรถฉุกเฉิน และส่งกำลังตำรวจเข้าไปดูแลความปลอดภัย ป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สิน

3.บริการน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่ม อาหาร ขนมขบเคี้ยว และผ้าเย็น รวมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการตามจุดพักรถ โดยเฉพาะจุดพักรถ กม.ที่ 50 ถนนมอเตอร์เวย์ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีตำรวจสายตรวจเข้าไปอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัย

4. กำกับดูแลการทำงานของอาสาตำรวจทางหลวง โดยที่ผ่านมา กก.8 ทล.เป็นผู้รับผิดชอบฝึกอบรมโครงการอาสาตำรวจทางหลวงไว้ช่วยงานการจราจร งานกู้ภัย ปฐมพยาบาล แจ้งข่าวจราจร-อาชญากรรม โดยอาสาสมัครทางหลวงจะติดบัตรแสดงตนชัดเจน รวมทั้งสวมหมวก-ถุงมือ มีนกหวีดพร้อมปฏิบัติหน้าที่

ที่มา : เดลินิวส์ , พิเชษฐ์ รื่นกลิ่น / รายงาน

Tags: , , , ,

ช่วยกันแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ

แสดงความคิดเห็น





Toyota Lover | Natthanont.com | Vios Club | Samrong.Net | TMAP-EM