Jorpor Variety

รับมือไข้หวัดใหญ่ในหน้าฝน

อัพเดท: Wednesday, June 1st, 2011 | เข้าชม 1,975 ครั้ง



 

รับมือไข้หวัดใหญ่ในหน้าฝน

ในช่วงหน้าฝนโดยเฉพาะสภาพอากาศที่ ฝนฟ้าไม่เป็นใจแบบนี้ หากไม่ระวังรักษาสุขภาพกันให้ดี รับรองว่าอาการป่วยไข้มาเยี่ยมมาเยือนแน่นอน โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ที่นับเป็นช่วงของการระบาดตามฤดูกาลเลยทีเดียว

 

โดยโรคไข้หวัดจะพบมากในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว เป็นการติดเชื้อที่เรียกว่า influenza virus เป็นการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะลามลงไปปอด ผู้ป่วยจะมีอาการค่อนข้างเร็ว ไข้สูงกว่าไข้หวัด ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียอย่างฉับพลัน

 

สำหรับ 7 กลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ ได้แก่

 

1. หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 7 เดือนขึ้นไป

 

2. คนอ้วนน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัมขึ้นไป

 

3. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

 

4. บุคคลอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้น หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งอยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด เบาหวาน ทาลัสซีเมีย ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันผิดปกติ

 

5. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

 

6. เด็กอายุ 6 เดือน -2 ปี

 

7. บุคลากรสาธารณสุขและผู้มีหน้าที่กำจัดซากสัตว์ปีก

 

สำหรับอาการของโรค ส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จะไม่มีโรคแทรกซ้อน ระยะฟักตัวของเชื้อคือ 1-4 วัน โดยเฉลี่ย 2 วันผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้

 

  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้

 

  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดตามแขน ปวดข้อ ปวดรอบตา

 

  • ไข้สูง 39-40 องศา

 

  • เจ็บคอและคอแดงมีน้ำมูกใสไหล

 

  • ไอแห้งๆ

 

  • ตามตัวจะร้อน แดง ตาแดง

 

  • อาการอาเจียน หรือท้องเดิน ไข้เป็น 2-4 วันแล้วค่อยๆ ลดลงแต่อาการคัดจมูกและแสบคอยังคงอยู่โดยทั่วไปจหายไน 1 สัปดาห์

 

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังอยู่ก่อนแล้วและติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จะทำให้มีการติดไปยังระบบอื่นๆ ด้วย เช่น

 

  • อาจพบการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก หรืออาการหัวใจวายผู้ป่วยจะเหนื่อยหอบ

 

  • ระบบประสาท พบเยื่อหุ้มหมองอักเสบ และสมองอักเสบผู้ป่วยจะปวดศีรษะมาก และซึมลง

 

  • ระบบหายใจ มีหลอดลมอักเสบ และปอดบวมผู้ป่วยจะแน่นหน้าอก และเหนื่อย

 

  • โดยทั่วไปไข้หวัดใหญ่มักจะหายในไม่กี่วัน และสามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ แต่ก็มีผู้ป่วยบางรายมีอาการไอ และปวดตามตัวนาน 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่เสียชีวิตมักจะเกิดจากปอดบวม และโรคหัวใจหรือโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่

 

ดังนั้น หากมีไข้สูงและเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้น หรือไข้ยังไม่ลดภายใน 3 วัน ต้องไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง โดยเฉพาะถ้าเป็นกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

 

สำหรับยาลดไข้ต้องระมัดระวังการใช้กับโรคในฤดูฝน คือ ยาจำพวกแอสไพริน ห้ามกินอย่างเด็ดขาด เพราะมีอันตรายกับบางโรค ที่สำคัญ 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่และโรคฉี่หนู ซึ่งโรคดังกล่าว ทำให้มีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ใน่งกายอยู่แล้ว หากได้บยาแอสไพริน ซึ่งมีสารป้องกันเลือดแข็งตัวเข้าไปอีกจะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้นทำให้เสีย ชีวิตได้ง่าย

ส่วนการป้องกันโรคหวัดและโรคอื่นๆ ในช่วงฤดูฝนนั้น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สวมเสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค อีกทั้งควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้วเพื่อสุขภาพที่ดี และต้องหมั่นล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดเป็นนิสัย ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณห่างไกลจากไข้หวัดใหญ่และสารพัดโรคในช่วงหน้าฝน อย่างแน่นอน

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามกีฬา

Tags: , ,

ช่วยกันแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ

แสดงความคิดเห็น





Toyota Lover | Natthanont.com | Vios Club | Samrong.Net | TMAP-EM