Jorpor Variety

ความปลอดภัยในการใช้แบตเตอรี่

อัพเดท: Sunday, November 28th, 2010 | เข้าชม 13,352 ครั้ง



 

ความปลอดภัยในการใช้แบตเตอรี่

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บไฟฟ้า ไม่ได้ทำหน้าที่ในการผลิตไฟฟ้า  ซึ่งเราสามารถประจุไฟฟ้าเข้าไปใหม่ (recharge) ได้หลายครั้ง และประสิทธิภาพจะไม่เต็ม 100% จะอยู่ที่ประมาณ 80% เพราะมีการสูญเสียพลังงานบางส่วนไปในรูปความร้อนและปฏิกิริยาเคมีจากการประจุ/จ่ายประจุนั่นเอง
แบตเตอรี่จัดเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพงและเสียหายได้ง่าย   หากดูแลรักษาไม่ดีเพียงพอหรือใช้งานผิดวิธี รวมถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แต่ละชนิดจะแตกต่างกันไป เนื่องด้วยวิธีการใช้, การบำรุงรักษา, การประจุและอุณหภูมิ ฯลฯ โดยสามารถจำแนกแบตเตอรี่ออกได้ 2 กลุ่มสำคัญๆ คือ ตามการใช้งาน   และประเภทของโครงสร้าง

การเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่ ต้องทำอย่างระมัดระวัง ภายในแบตเตอรี่จะประกอบด้วยกรดกำมะถัน (sulfuric acid) และแผ่นสารประกอบระหว่างตะกั่วกับพลวง หรือ ตะกั่วกับแคลเซียมที่เปราะบาง บรรจุอยู่ในภาชนะที่ทำจากพลาสติก หรือยางแข็งซึ่งอาจชำรุดเสียหายได้จากการเคลื่อนย้ายที่ไม่ระมัดระวัง

การประกอบขั้วแบตเตอรี่  ควร ประกอบด้วยความระมัดระวัง ขันน็อตรัดขั้วแบตเตอร์รี่ให้แน่นพอควร การใช้ค้อนตอกขั้วแบตเตอรี่ หรือการขันน็อตรัดขั้วแบตเตอรี่แน่นเกินไปจะทำความเสียหายให้กับแบตเตอรี่ ได้   การถอดขั้วแบตเตอรี่ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวังเช่นเดียวกัน

น้ำ กรดที่ใช้ในแบตเตอรี่ คือ กรดกำมะถัน ซึ่งจะมีความเข้มข้นสูงเมื่อมีการชาร์จไฟเต็ม และเจือจางลงเมื่อมีการคายประจุไฟฟ้าออกจากตัวแบตเตอรี่ น้ำกรดนี้จะมีผลในการทำลายเนื้อเยื่ออย่างรุนแรง  เนื่องจากมีสัดส่วนผสมระหว่างน้ำกรดและน้ำสูงถึง 36/64 % มันสามารถกัดทะลุเสื้อผ้า ผิวหนัง และทำให้ตาบอดได้ แม้จะอยู่ในสภาพที่มีประจุไฟฟ้าอยู่น้อย  ซึ่งมีความเข้มข้นของกรดที่ 12% ก็ตาม   ควรหลีกเลี่ยงการเอียงแบตเตอร์รี่  เพราะจะทำให้น้ำกรดหกกระเด็นออกมาทำอันตรายหรือทำความเสียหายได้   แบตเตอรี่ชนิดเปียก  (ชนิด ที่มีที่เติมน้ำกรด) จะปล่อยไอของไฮโดรเจน และไอของออกซิเจนออกมาในขณะที่มีการชาร์จไฟเข้าหรือคายประจุไฟฟ้าออกจากแบ ตเตอร์รี่ ซึ่งเมื่อผสมกันดีแล้วจะระเบิดได้ถ้ามีประกายไฟหรือเปลวไฟอยู่ในบริเวณนั้น

การตรวจวัดระดับน้ำกรดในแบตเตอรี่ควรใช้ไฟฉายส่องดู ห้ามใช้ไม้ขีดไฟจุดส่องดูเป็นอันขาด

การ ถอดใส่ขั้วแบตเตอรี่ต้องลำดับให้ถูกต้อง การถอดขั้วแบตเตอรี่ต้องเริ่มจากการถอดขั้วลบก่อน การใส่ขั้วแบตเตอรี่ต้องใส่ขั้วลบเป็นลำดับสุดท้าย   และห้ามทำการใดๆกับแบตเตอรี่ขณะติดเครื่องยนต์ เนื่องจากอาจเกิดประกายไฟขึ้นได้

ควร ใช้อุปกรณ์ทดสอบในการทดสอบกำลังไฟฟ้าในแบตเตอรี่ ห้ามใช้การช็อตขั้วแบตเตอรี่ในการทดสอบ แม้จะเป็นแบตเตอรี่ที่มีประจุไฟฟ้าเหลืออยู่น้อยแล้วก็ตาม   เพราะยังสามารถทำให้เกิดประกายไฟเพียงพอที่จะจุดส่วนผสมของไอของไฮโดรเจนและออกซิเจนทำให้เกิดการระเบิดได้   และนอกจากนี้ การต่อสายไฟตรงระหว่างขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้วอาจทำให้มือไหม้พองได้

วิธีเลือกแบตเตอรี่

แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่จำกัดและต้องเปลี่ยนลูกใหม่เมื่อได้เวลา มีข้อควรพิจารณาเลือกแบตเตอรี่ที่จะนำมาเปลี่ยนใหม่เช่น

o        ขนาดภายนอก ขนาด ของแบตเตอรี่ที่จะนำมาเปลี่ยนใหม่ต้องมีขนาดพอเหมาะที่จะวางลงบนถาดและยึด แน่นได้ บางครั้งอาจมีพื้นที่เหลือเฟือ แบตเตอรี่ที่นำมาเปลี่ยนต้องไม่มีขนาดใหญ่จะไม่สามารถวางได้อย่างเหมาะเจาะ และต้องยึดให้แน่นหนามั่นคง

o        ขนาด ปริมาณความจุทางไฟฟ้า มีวิธีในการวัดขนาดปริมาณความจุทางไฟฟ้าของแบตเตอรี่ได้ สอง วิธี

การวัดกำลังที่อุณหภูมิต่ำ (Cold power rating or cold cranking amps) คือการวัดค่ากระแสไฟที่ใช้ในการหมุนเครื่องขณะอุณหภูมิต่ำ (0º F) เป็นเวลา 30 วินาที  โดยรักษาค่าความต่างศักดิ์ทางไฟฟ้าไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 7.2 volts ควรเลือกแบตเตอรี่ตามขนาดของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์สี่สูบขนาดเล็กย่อมต้องการขนาดปริมาณความจุทางไฟฟ้าของแบตเตอรี่ ต่ำกว่าเครื่องยนต์ แปดสูบขนาดใหญ่

ความจุไฟฟ้าสำรอง (Reverse capacity) คือจำนวนตัวเลขที่บอกค่าของเวลาเป็นนาที ที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟขนาด 25 amp. ที่อุณหภูมิ 80º F โดยรักษาค่าความต่างศักดิ์ทางไฟฟ้าไว้ที่เกิน 10.5 volts มันบอกให้รู้ว่าเมื่อระบบการชาร์จไฟไม่ทำงานแล้ว เครื่องจะสามารถทำงานได้อีกนานเท่าใด กระแสไฟฟ้าขนาด 25 amp.เป็น ขนาดกำลังไฟฟ้าที่เพียงพอกับการทำงานของระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์ ไฟหน้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่ตามปกติ ตัวเลขนี้ยิ่งมีค่าสูง ยิ่งมีกำลังสำรองสูง

o        แบตเตอรี่ แห้ง และแบตเตอรี่ที่เติมน้ำกรดไว้แล้ว ผู้แทนจำหน่ายอาจเก็บแบตเตอรี่ไว้รอจำหน่ายโดยยังไม่เติมน้ำกรด ในลักษณะของแบตเตอรี่แห้ง ซึ่งต้องเติมน้ำกรดและชาร์จไฟกระตุ้นเล็กน้อยก่อนทำการติดตั้งลงในรถ หรืออาจเก็บแบตเตอรี่ที่เติมน้ำกรดไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อรอจำหน่ายซึ่งอาจ ต้องทำการชาร์จไฟก่อนนำไปติดตั้งเช่นกัน แบตเตอรี่ที่เติมน้ำกรดไว้แล้ว ถ้าไม่ได้มีการชาร์จไฟเป็นระยะๆแล้วอาจเกิดการชำรุดเสียหายอย่างถาวรได้

o        แบตเตอรี่ แบบแห้งมีข้อดีที่สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานานกว่าโดยปกติแล้ว แบตเตอรี่ที่เติมน้ำกรดไว้แล้วจะพร้อมจัดส่งให้ผู้ใช้โดยไม่ต้องทำการชาร์จ ไฟก่อนหรืออาจชาร์จไฟเพียงเล็กน้อย

o        แบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องตรวจเติมน้ำกรด (Free maintenance battery) มีโครงสร้างต่างจากแบตเตอรี่ทั่วไป แผ่นธาตุภายในทำจากตะกั่ว-แคดเมียม แทน ตะกั่ว-พลวง ซึ่งคายไอของก๊าซออกมาจากน้ำกรดน้อยกว่าทำให้การสูญเสียน้ำกรดน้อยกว่า การเก็บรอจำหน่ายจะเป็นแบตเตอร์รี่ที่เติมน้ำกรดไว้แล้ว แบตเตอรี่ชนิดนี้มีอายุการจัดเก็บนานเนื่องจากมีการคายประจุไฟเพียงเล็กน้อย เท่านั้น

o        การ เลือกแบตเตอรี่ใหม่ทดแทนแบตเตอรี่เก่าที่ชำรุดไม่ใช่เรื่องยาก เป็นการเปรียบเทียบค่าความต้องการใช้งานของรถกับสเปกของแบตเตอรี่ให้ใกล้ เคียงกันก่อนการตัดสินใจเท่านั้นเอง

Tags:

ช่วยกันแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ

1 ความคิดเห็น สำหรับ "ความปลอดภัยในการใช้แบตเตอรี่"

  1. I do agree with all of the ideas you have presented in your post. They’re very convincing and will definitely work. Still, the posts are too short for beginners. Could you please extend them a little from next time? Thanks for the post.

แสดงความคิดเห็น





Toyota Lover | Natthanont.com | Vios Club | Samrong.Net | TMAP-EM