ไทยฮั้วยางพารา" คาดยอดขายสิ้นปีนี้ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.3 หมื่นล้าน มั่นใจแตะถึง 3 หมื่นล้านบาท เหตุราคายางทะลุเกินกก.ละ100 บาท พร้อมขยายโรงงานอย่างต่อเนื่องรับวัตถุดิบยางล้านไร่ให้ผลผลิต ส่วนโปรเจ็กต์ปลูกยางในลาววืดเป้า เหตุแล้งจัดอัตราสูญเสียสูงแต่ยังไม่คิดถอย
นายหลักชัย กิตติพล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) (บมจ.)เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงผลประกอบการครึ่งปีแรกและแนวโน้มทั้งปีว่าคาดว่าครึ่งแรกของปีนี้(มกราคม -มิถุนายน 2553)บริษัทจะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 14,000 ล้านบาท และทั้งปีน่าจะทำได้ 30,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ปีนี้ทั้งปีจะทำยอดขายได้ประมาณ 23,000 ล้านบาท สาเหตุที่ยอดขายจะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เพราะปีนี้ราคายางขยับสูงขึ้น มากเกินกก.ละ 100 บาท เดิมบริษัทประมาณการราคายางปีนี้เฉลี่ยจะอยู่ที่กก.ละประมาณ 80 บาทเท่านั้น การที่ราคายางสูงขึ้นจึงเป็นผลให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
เขากล่าวว่าสำหรับด้านการลงทุนบมจ.ไทยฮั้วยังมีแผนขยายการลงทุนเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมยางพาราอย่างต่อเนื่องเพราะอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มายาวนาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อลงทุนสร้างโรงงานยางแผ่นรมควันและยางแท่งบนพื้นที่ 100 ไร่ ที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท สร้างโรงงานยางแผ่นรมควันกำลังผลิต 20,000-30,000 ตันต่อปี ยางแท่ง 60,000 ตันต่อปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงที่ดินคาดว่าจะแล้วเสร็จปีหน้า (2554) ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างสร้างโรงงานผลิตยางคอมปาวด์และยางแท่งที่จังหวัด ยโสธร กำลังผลิต 60,000 ตันต่อปี จะแล้วเสร็จปี 2554 เช่นเดียวกัน และมีแผนสร้างโรงงานยางแท่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาจัดซื้อที่ดิน
"ปัญหาเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ ตลอดจนปัญหาทางการเมืองในประเทศไทยยังไม่ดีขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรป ส่วนจีนยังไม่ดีขึ้นกว่าเดิม ขณะที่การเมืองในประเทศถือว่าสงบลงชั่วคราวเท่านั้น แต่เพราะเราเป็นนักลงทุนคนไทยยังมีความจำเป็นต้องลงทุนในประเทศไทยยังต้องลง ทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะเวลานี้ผลผลิตยางพาราจากพื้นที่ส่งเสริมปลูก 1 ล้านไร่ เริ่มทยอยให้ผลผลิตแล้วจึงจำเป็นต้องมีโรงงานรองรับ แต่ถ้าเป็นนักลงทุนต่างชาติที่คิดจะมาลงทุนในไทยเขายังไม่พร้อมที่จะเข้ามา "นายหลักชัยกล่าวและว่า
ปัญหาการเมืองในประเทศมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติมาก มีผู้ผลิตยางล้อรถยนต์รายใหญ่ของโลกหลายรายอยากจะมาร่วมทุนผลิตยางล้อรถยนต์ ในไทย เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบ แต่ต้องชะลอออกไปเพราะความไม่สงบทางการเมือง
กรรมการผู้จัดการใหญ่บมจ.ไทยฮั้วยางพารา กล่าวถึงแผนปลูกยางในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าจากการที่บริษัทได้เข้าไปร่วมทุนกับนักธุรกิจลาว ตั้งบริษัท ลาวไทยฮั้วยางพาราฯ ส่งเสริมปลูกยางพาราในลาว 200,000 ไร่ ระยะเวลา 5 ปี (ปี 2549-2553) แต่ปรากฏว่าถึงขณะนี้ปลูกได้เพียง 100,000 ไร่เท่านั้น ขณะที่พื้นที่คอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง (การทำการเกษตรแบบมีพันธะสัญญา)กับเกษตรกรเป้าหมาย 100,000 ไร่ ทำได้ประมาณ 50,000 ไร่ รวมกันแล้วทำได้เพียงประมาณ 150,000 ไร่ หรือ50% ของเป้าหมาย สาเหตุเพราะภาวะอากาศที่แห้งแล้ง ต้นกล้ายางไม่เพียงพอ ความสูญเสียหลังการปลูกอัตราค่อนข้างสูง ประกอบกับเกษตรกรในลาวยังไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะยังห่างเป้าหมายอยู่มาก แต่บริษัทยังไม่ย่อท้อต่อแผนธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไป และจะไม่เร่งรัดเพราะคิดว่าเติบโตอย่างช้าๆ แต่มีความมั่นคงจะดีกว่า
อนึ่ง บมจ.ไทยฮั้วยางพารา เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาง อาทิ ยางแท่ง ยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้น รายใหญ่รายหนึ่งของประเทศ ปัจจุบันมีกำลังผลิตยางแท่งประมาณ 180,000 ตันต่อปี จาก 3 โรงงาน ได้แก่ โรงงานจังหวัดสงขลา 60,000-70,000 ตัน โรงงานจังหวัดระยอง 50,000-60,000 ตัน จังหวัดหนองคาย 50,000 ตัน ยางแผ่นรมควัน 180,000 ตันต่อปี จาก 5 โรงงานได้แก่โรงงานที่จังหวัดสงขลา 50,000 ตัน โรงงานจังหวัดกระบี่ 45,000 ตัน โรงงานจังหวัดตรัง 20,000 ตัน จังหวัดอุดรธานี 25,000-30,000 ตัน จังหวัดระยอง 20,000-30,000 ตัน น้ำยางข้น 100,000 ตัน จาก 3 โรงงาน ได้แก่ โรงงานจังหวัดสงขลา 40,000-45,000 ตัน จังหวัดกระบี่ 30,000 ตัน จังหวัดสกลนคร 25,000 ตัน ยางคอมปาวด์ 100,000 ตันต่อปี จาก 5 โรงงานได้แก่ สงขลา ตรัง กระบี่ ระยอง อุดรธานี