จป.ดอทคอม Jorpor.Com สังคมดีๆของ จป.บนโลกออนไลน์ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยดีๆ แห่งนี้

ผู้เขียน หัวข้อ: อุบัติเหตุงานขนส่ง  (อ่าน 799 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

noppadol_1411

  • " จป.ระดับวิชาชีพ รุ่นที่ 51 สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2535 "
  • Global Moderator
  • Triple Hero Member
  • ******
  • คะแนนน้ำใจ 4188
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 7,866
  • บริหารงานความปลอดภัยใช้ พรบ.ความปลอดภัยนำพาประเทศ
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
อุบัติเหตุงานขนส่ง
« เมื่อ: มกราคม 13, 2012, 10:17:49 AM »
   
  การขนส่งทางถนนจัดเป็นรูปแบบการขนส่งประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากข้อมูลการรายงานสถิติการขนส่งสินค้าภายในประเทศ กระทรวงคมนาคม  ปี 2553
 
  พบว่าการขนส่งสินค้าทางถนนมีส่วนแบ่งถึงร้อยละ  82 จากการขนส่งทุกๆรูปแบบ เนื่องจากมีความสะดวกและรวดเร็ว 
 
  อย่างไรก็ตาม พบว่าการขนส่งทางถนนยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูง
 
  ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมด้านขนส่งจึงไม่มุ่งหวังเพียงแต่การตอบสนองความต้องการของ ลูกค้าอย่างครบถ้วนและตรงตามเวลาเท่านั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยในระหว่างการขนส่งทางถนนด้วย 
 
  เนื่องจากเรื่องดังกล่าวจะส่งผลต่อการดำเนินงานโดยรวม ทั้งต่อบุคคลและทรัพย์สิน   
 
  กล่าวคือ การดำเนินกิจกรรมต่างๆขององค์กรนอกจากจะคำนึงถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินกิจการแล้ว จำเป็นต้องคำนึงกระบวนการทำงานที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเอาใจใส่ด้านความปลอดภัยในการทำงาน  อันจะสามารถส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพในการทำงานขององค์กรให้ดีขึ้น 
 
  การจัดการการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อกระบวนการการทำงาน ชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากร
  ได้แก่ เรื่องอุบัติเหตุทางถนน การวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และวิธีลดและแนวทางป้องกัน อุบัติเหตุทางถนน
   
  ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการขนส่งที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งเสริม คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน และ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย

  ลักษณะอุบัติเหตุจากการขนส่งทางถนน
  ปัจจุบันเมื่อพิจารณาถึงอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้น  สามารถจำแนกลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุที่พบบ่อยครั้ง  ได้  3  ลักษณะ  ดังนี้
 
  1. ลักษณะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถชน  อาทิ
      - รถชนกับรถคันอื่น  (Impact with another vehicle)
      - รถชนกับสัตว์  (Impact with animal)
      - รถชนบุคคลภายนอกบาดเจ็บ  (Hit T/P body)
      - รถชนสิ่งของอื่น (Impact with another objects)  เช่น  การพุ่งชนเสาไฟฟ้า  อาคารบ้านเรือน  เป็นต้น
             
  2. ลักษณะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถเสียหลัก อาทิ
     - รถตกถนน  (Falling out of road)
     - รถพลิกคว่ำ  (Overturn)
     - การลื่นไถล  (Subsidence / landslide)
             
  3. ลักษณะอุบัติเหตุที่เกิดจากไฟไหม้ หรือ ภัยระเบิด  (Fire or Explosion) 
 
      สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
      หากพิจารณาถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอย่างถ่องแท้แล้ว  พบว่าอุบัติเหตุทางถนน มิได้เกิดจากเคราะห์กรรมแต่อย่างใด แต่เกิดจากพฤติกรรมหรือ การกระทำของคนเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคน
      ดังนั้นเพื่อเป็นป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน หน่วยงาน หรือ องค์กรจำเป็นต้องวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นๆ
   
      ทั้งนี้เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานด้านการขนส่งทางถนนอย่างปลอดภัย 
 
      โดยสามารถจำแนกสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ  ได้  4  ประเภทดังนี้
       1. สาเหตุจากพฤติกรรมการขับรถที่ไม่เหมาะสมของบุคคล หรือ พนักงานขับรถ
       สามารถจำแนกตามประเภทของความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ  3  ประเภทดังนี้
          1.1) ความเสี่ยงที่เกิดจากพฤติกรรมของบุคคล อาทิ ขับรถโดยประมาท ขับรถขณะมึนเมา หลับใน ขับรถไม่ชำนาญหรือขับไม่เป็น  เสพสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท  เป็นต้น 
             
          1.2) ความเสี่ยงที่เกิดจากการฝ่าฝืนระเบียบวินัยจราจร อาทิ ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด  ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ  ข้ามหรือตัดหน้ารถระยะกระชั้นชิด  แซงรถอย่างผิดกฎหมาย  ขับรถไม่เปิดไฟหรือไม่ใช้แสงสว่างตามกำหนด  ไม่ให้สัญญาณจอด  ชะลอหรือเลี้ยว  ฝ่าฝืนป้ายหยุดทาง  ฝ่าฝืนป้ายสัญญาณไฟหรือเครื่องหมายจราจร  ไม่ขับรถในช่องทางเดินรถซ้ายสุด  รถเสียไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณ  บรรทุกเกินอัตรา  ขับรถผิดช่องทางหรือขับคร่อมเส้น ไม่ยอมให้รถที่มีสิทธิ์ไปก่อน เป็นต้น
                   
          1.3) ความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ  อาทิ  สัตว์หรือพาหนะวิ่งตัดหน้า   คนเดินถนนและข้ามถนน  เช่น  ไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย หรือสะพานลอย  เป็นต้น     
             
       2. สาเหตุจากรถ อาทิ การนำรถที่มีอุปกรณ์บกพร่องมาใช้ในทาง เช่น เบรก ไฟสัญญาณ  กระจกส่องหลัง  ที่ปัดน้ำฝน หรือ อุปกรณ์อื่นๆชำรุด  เป็นต้น 
             
       3. สาเหตุจากงานด้านวิศวกรรมโยธา  (ทางและเครื่องหมายสัญญาณ)   อาทิ บริเวณทางแยก  ทางโค้ง  ทางชำรุด  เครื่องหมายสัญญาณชำรุด  เช่น
       มีจุดกลับรถในบริเวณทางลงสะพาน  จึงเป็นสาเหตุทำเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง  เนื่องจากรถในขณะลงจากสะพานจะใช้ความเร็วสูง
     
       ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติในลักษณะดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง ใช้ความรู้  เทคนิคทางวิศวกรรมเข้ามามีบทบาทในการออกแบบเพื่อสร้างถนน  สัญญาณจราจรต่างๆที่ปราศจากจุดที่เป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทางถนนได้  เป็นต้น
             
       4. สาเหตุจากธรรมชาติ  เช่น ฝนตกหนัก  หมอกลงจัด  การขับรถในตอนกลางคืน เป็นต้น
 
       จากภาพพบว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจาก “คน”   ส่วนแบ่งร้อยละ  77.5  จาก“รถ”   ร้อยละ1.3 และจาก “สิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติ”   ร้อยละ 0.4 

       ดังนั้นจากสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  ล้วนส่งผลกระทบให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น
 
       วิธีลดและแนวทางป้องกันอุบัติเหตุทางถนน
       จากการวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  ทำให้ทราบถึงสาเหตุหลักๆของการเกิดอุบัติเหตุ  ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการสร้างมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนเพื่อความปลอดภัย  ลดและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนตามสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

       โดยมีแนวทางในการปฏิบัติได้ดังนี้
       
       1. เผยแพร่ความรู้  พัฒนาทักษะด้านการขับขี่รถอย่างปลอดภัย  ผ่านการอบรมหลักสูตร “การขับขี่อย่างปลอดภัย (Defensive Driving)”
       ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงข้อควรปฏิบัติที่เหมาะสมในการใช้รถใช้ถนน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติทางถนน โดยเนื้อหาหลักสูตรจะประกอบไปด้วยเรื่องที่สำคัญ  ดังต่อไปนี้
          -  เผยแพร่ความรู้การใช้สัญญาณจราจร  เพื่อให้ทราบถึงความหมายของสัญญาณต่างๆที่มีการใช้ในการขับขี่รถยนต์ 
          -  การให้สัญญาณ หมายถึง การให้ข้อมูลหรือบอกความตั้งใจแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนว่าคิดอะไรและกำลังจะทำ อะไร  เป็นการสื่อความหมายให้ผู้อื่นทราบ สัญญาณจราจรโดยทั่วไป ได้แก่ ไฟเลี้ยว ไฟเบรก เป็นต้น ในบางครั้งอาจต้องใช้สัญญาณมือช่วยที่สำคัญ คือ  ต้องมีการใช้สัญญาณจราจรอย่างถูกต้อง
          -  เมื่อใดจึงจะใช้สัญญาณจราจร
          -  เมื่อจะเลี้ยวรถ
          -  เมื่อต้องการจะแซงรถคันหน้าที่แล่นอยู่
          -  เมื่อต้องการจะเปลี่ยนช่องทางเดินรถ
                       
           ดังนั้น  สัญญาณจราจรอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีใครได้รับประโยชน์จากการให้สัญญาณนั้น หรืออาจทำให้ผู้อื่นสับสน
           
           เผยแพร่ความรู้เรื่อง “เมื่อง่วงหรือมึนเมาอย่าขับรถ”  เพื่อให้ทราบถึงอันตรายที่อาจได้รับหากขับรถเมื่อมีอาการง่วงนอนหรือมึนเมา 
           
           พร้อมทั้งแนะนำแนวทางในการประพฤติตนเมื่อประสบกับภาวะดังกล่าว  อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติตามมาในภายหลัง 
                       
            เผยแพร่ความรู้เรื่อง “หากสภาพอากาศไม่ปลอดภัย  ขับขี่อย่างไรจึงจะปลอดภัย”  เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบถึงวิธีการปฏิบัติตนและการเตรียมความพร้อม  ในขณะที่ต้องมีการขับขี่รถยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
         
            ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอันมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศแปร ปรวน  เช่น เส้นทางที่มีหมอกหนา  การขับรถในขณะฝนตก  การขับรถลุยน้ำ  การขับรถในสถานที่ที่มีลมแรง
                     
            สิ่งสำคัญในการสร้างความมั่นใจเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับรถได้เป็น อย่างดีไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใดๆก็ตาม คือ การเตรียมความพร้อมของผู้ขับรถและสภาพรถให้พร้อม 
     
        2.  บังคับใช้กฎหมายจราจร อย่างเข้มงวดและซื่อตรง  เพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้รถใช้ถนน  ผ่านทางกฎหมายจราจร   ซึ่งส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่มีระเบียบวินัยในการขับขี่รถ
             
       3.  ยกระดับงานด้านวิศวกรรมโยธา  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจร ซึ่งไม่เพียงแต่มุ่งสร้างถนนเพียงอย่างเดียว  แต่ควรตระหนักถึงเรื่องการประเมินความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นจากการสร้างถนนควบคู่ด้วย  ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในสร้างกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
         
       4. พัฒนาระบบการบริหารจัดการงานด้านความปลอดภัยยานยนต์และขนส่ง  เพื่อมุ่งหวังสร้างกระบวนการทำงานที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ อย่างทันท่วงทีควบคู่กับการบริหารงานด้านความปลอดภัยที่ดี  ใส่ใจคุณภาพชีวิตของคนหรือพนักงานที่เกี่ยวข้อง  อาทิ  การนำกระบวนการไต่สวนอุบัติเหตุเข้ามาใช้ในการสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริงของ การเกิดอุบัติเหตุ  เช่น  เกิดอุบัติเหตเนื่องมาจากการหลับใน  กระบวนการในการไต่สวนอุบัติเหตุต้องสามารถทวนสอบได้ว่า  ทำไมบุคคลคนนั้นจึงเกิดอาการหลับในขึ้นได้  ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าการเกิดอาการหลับในดังกล่าว  แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เกิดจากตัวบุคคล  ทั้งนี้อาจมาจากนายจ้างต้องการที่จะส่งของอย่างเร่งด่วนเพื่อให้สามารถส่ง มอบสินค้าทันเวลา  แต่กลับลืมไปเลยว่าพนักงานท่านนั้นอาจขับรถนานต่อเนื่องกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง  เกินกว่าที่ร่างกายจะสามารถรับได้  จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น  เป็นต้น 
               
        ดังนั้น  การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ  โดยใช้กระบวนการไต่สวนอุบัติเหตุ  สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง  เนื่องจากทำให้ทราบถึงสาเหตุในการเกิดอุบัติที่แท้จริง  รวมทั้งยังสามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดีขึ้นอีกด้วย  โดยกระบวนการในการไต่สวนอุบัติเหตุนั้นจะมุ่งสร้างความยุติธรรมให้กับทั้ง  2  ฝ่าย
           
        5. สร้างจิตสำนึก  วัฒนธรรมการเอื้อเฟื้อการใช้รถใช้ถนน  เพื่อร่วมสร้างระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนน  เพราะหากผู้ใช้รถใช้ถนนแบ่งปันการใช้เส้นทางอย่างสุภาพ  จะสามารถลดอัตราการเกิดอุบัติทางถนนลงได้  ทั้งนี้การปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการขับขี่รถเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้าง มาตรฐานการลดและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนได้
 


บันทึกการเข้า
นายนพดล  นภาวรรณ สิงห์ขาว รหัส 2004166 รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่นที่ 13 พ.ศ. 2523

http://tv.truelife.com/live/1862496/streaming/%EF%BF%BD
http://www.uddtoday.net/  https://www.facebook.com/UDDTODAY
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/286108934740735

จป.ระดับวิชาชีพ  up grade 42 ชั่วโมง  รุ่นที่ 110 ของ สมาคมส่งเสริมความปลอดภัย และ
อนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย)
อบรม จป.ระดับบริหาร 8 พ.ค-9 พ.ค 2557 และ จป.ระดับหัวหน้างาน  21 พ.ค-22 พ.ค 2557 โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว กรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่นี้ 0847324932 และ 0891889510 
 noppadol_1411@hotmail.co.th
 noppadol1411@gmail.com
 noppadol1411@yahoo.co.th
 http://www.facebook.com/noppadol.napawan



noppadol_1411

  • " จป.ระดับวิชาชีพ รุ่นที่ 51 สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2535 "
  • Global Moderator
  • Triple Hero Member
  • ******
  • คะแนนน้ำใจ 4188
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 7,866
  • บริหารงานความปลอดภัยใช้ พรบ.ความปลอดภัยนำพาประเทศ
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: อุบัติเหตุงานขนส่ง
« Reply #1 เมื่อ: มกราคม 30, 2012, 11:27:30 AM »

  มากระตุ้นกระทู้ดีๆ ให้มีชีวิตอยู่ ต่อไป
บันทึกการเข้า
นายนพดล  นภาวรรณ สิงห์ขาว รหัส 2004166 รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่นที่ 13 พ.ศ. 2523

http://tv.truelife.com/live/1862496/streaming/%EF%BF%BD
http://www.uddtoday.net/  https://www.facebook.com/UDDTODAY
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/286108934740735

จป.ระดับวิชาชีพ  up grade 42 ชั่วโมง  รุ่นที่ 110 ของ สมาคมส่งเสริมความปลอดภัย และ
อนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย)
อบรม จป.ระดับบริหาร 8 พ.ค-9 พ.ค 2557 และ จป.ระดับหัวหน้างาน  21 พ.ค-22 พ.ค 2557 โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว กรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่นี้ 0847324932 และ 0891889510 
 noppadol_1411@hotmail.co.th
 noppadol1411@gmail.com
 noppadol1411@yahoo.co.th
 http://www.facebook.com/noppadol.napawan



anyarat

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุบัติเหตุงานขนส่ง
« Reply #2 เมื่อ: มกราคม 30, 2012, 01:05:14 PM »
 :wanwan04:
บันทึกการเข้า
 

WE LOVE JORPOR.COM