จป.ดอทคอม Jorpor.Com สังคมดีๆของ จป.บนโลกออนไลน์ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยดีๆ แห่งนี้

ผู้เขียน หัวข้อ: แผนงาน KPI คืออะไร  (อ่าน 559 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

PeeMai

  • Newbie
  • *
  • คะแนนน้ำใจ 1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 9
    • ดูรายละเอียด
แผนงาน KPI คืออะไร
« เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 09:34:30 AM »
แผนงาน KPI คืออะไร ??? ???
และต้องทำอย่างไรบ้าง...รบกวนพี่ๆจป ให้คำแนะนำหรือตัวอย่างด้วยคะ :( :( ??? ???

peemai-maiza@hotmail.com :wanwan019: :wanwan019:
บันทึกการเข้า

Jorpor _ Berm

  • Full Member
  • ***
  • คะแนนน้ำใจ 25
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 138
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนงาน KPI คืออะไร
« Reply #1 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 11:02:26 AM »
เป็นตัวชี้วัดผลการทำงาน โดยการตั้งเป้าหมายไว้และมีแผนงานสนับสนุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น แต่ถ้าถ้าไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ควรมาหาสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อบกพร่อง เพื่อนำมาแก้ไขและพัฒนางานต่อไป
บันทึกการเข้า
-วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
-สาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต เอกอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
-Email : otori_7_8@hotmail.com

"อันขีัเหล้านี้ยังดีกว่าขี้รัก เพราะขี้เหล้าเลิกได้ไปหลายหน แต่ขี้รักติดตนไปจนตาย"

PeeMai

  • Newbie
  • *
  • คะแนนน้ำใจ 1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 9
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนงาน KPI คืออะไร
« Reply #2 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 11:17:58 AM »
ขอบคุณมากคร้า ::) ::)
บันทึกการเข้า

safetyberry

  • Full Member
  • ***
  • คะแนนน้ำใจ 29
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 156
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: แผนงาน KPI คืออะไร
« Reply #3 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 11:36:58 AM »
การตั้ง KPI นั้นก็เพื่อวัด Performance ของ Safety เอง ว่ามีการดำเนินการหรือจัดทำงานด้านความปลอดภัยเป็นอย่างไร...และการตั้ง Near miss เป็น KPI นั้นดีมากๆ ยิ่งมีคนพบเจอ เขียน Nearmiss ยิ่งดี อย่าลืม คน 100 คน มีดวงตา 200 ดวงยิ่งเห็นอะไร ที่เฉียดฉิว ว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือแนวโน้มว่าจะเกิด แต่ยังไม่เกิด ถูกแก้ไข ก่อนจะเกิดยิ่งดี เพราะความปลอดภัยนั้น ต้องรู้และป้องกันก่อนเกิดเหตุ ครับ
ขอยกตัวอย่าง KPI ของผมครับ...
1. Reportable Injury/Illness ไม่มียิ่งดี
2.Lost time accident ยิ่งน้อยยิ่งดี
3.Lost work days ไม่มียิ่งดี
4.Training safety Index มากยิ่งดี
5.Near miss report > 2 ฉบับ/คน/ปี
6.PBI ( ค่ามากๆยิ่งดี )



KPI (KEY PERFORMANCE INDICATOR ) หรือว่าดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ

เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัด แผนงานกิจกรรมต่างๆที่เราทำ
ในด้านความปลอดภัยอย่างเช่น การลดอุบัติเหตุ การลดวันที่สูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ การลดจุดอันตรายโดยการปรับปรุงพื้นที่ทำงาน
กิจกรรมเหล่านี้ต้องมีการตั้งเป้าหมายซึ่งสามารถคิดเป็นจำนวนตัวเลขได้ นี่ก็ถือว่าเป็น KPI
แต่การจตั้ง KPI ก็ต้องนำข้อมูลหลายอย่าง และวิธีที่จะตั้ง KPI ก็มีเยอะ เอาเป็นว่ายกตัวอย่าง (จากหนังสือ Manufacuring KPI )
Safety KPI
Safety KPI คือ KPI ประเภทที่ติดตามและควบคุมความปลอดภัยในการทำงานและสถานที่ทำงานรวมถึงรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงาน Safety KPI มีดังต่อไปนี้
1. %Accident Frequency Rate
2. %Area of Noise over standard
3. Lost time Accident
4. Minor Accident
5. Number of Safety Suggestion
6. Number of Unsafe Corrected
7. Number of Unsafe Found
โดยทั่วไปแล้วเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ KPI กลุ่มนี้ โดยใช้ข้อมูลดิบที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจดบันทึกได้ นำมาคำนวณ ทำกราฟเพื่อติดตามผลหรืออาจมีการไปร่วมกับแผนกผลิตและคลังสินค้าเพื่อไปตรวจสอบยอดจุดที่อาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของพนักงานและยังต้องร่วมมือกับแผนกต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยจัดประชุมทำไคเซ็น หรือ PDCA จุดมุ่งหมายหลักคือให้พนักงานทุกคนมีความปลอดภัยในการทำงานและช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม

การทำ KPIs ด้วยวิธีการ MOTSAP
การใช้ KPIs ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย หากการทำ KPIsนั้นไม่ตอบสนองต่อนโยบายขององค์กรที่ผู้บริหารวางไว้ ก็ไม่อาจทำให้ประสบผลสำเร็จได้เนื่องจากไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริหาร หากต้องอธิบายหรือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ของ KPIs ซึ่งบ่งบอกถึงองค์ประกอบที่มีความสำคัญ
ในการดำเนินการ ตีความและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ได้ดังนี้


วิธีการเปลี่ยนนโยบายบริษัทให้เป็นขั้นตอนการปฏิบัติดังกล่าวได้กำหนดเป็นตัว KPIs เพื่อติดตามการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายอย่างถูกต้องและง่ายต่อการใช้งาน ไม่เกิดการขัดแย้งและ ทำงานได้อย่างระบบมากขึ้น
วิธีการนี้เรียกกสั้นๆ ว่า MOTSAP ย่อมาจาก Mission- Obective- Target -Strategy Action – Plan ซึ่งมีรายละเอียดังต่อไปนี้
1. M = Mission คือการเอานโยบายมากำหนดภาระกิจที่จะทำ
2. O = Obective คือการนำเอาภารกิจที่ได้รับมอบหมายมากำหนดวัตถุประสงค์
3. T = Target คือการนำเอาวัตถุประสงค์มากำหนดเป้าหมายที่ต้องการ ในขั้นตอนนี้มีการเลือกเอา KPIs ที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์มากำหนดตัวเลขและเวลาที่ต้องการ
4. S = Strategy คือการเลือกใช้กลยุทธ์ต่างๆที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ค่า KPIs ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
5. A = Action คือการกำหนดกิจกรรมต่างๆที่เป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ที่ได้กำหนดใช้โดยมีการกำหนดสถานที่ กำหนดผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลาในการทำกิจกรรม
6. P = Plan คือการกำหนดใช้ค่า KPIs ต่างๆที่เป็นตัวเลขที่ต้องการตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยกำหนดแบ่งเป็นระยเวลาที่ต้องการวัดค่าเพื่อตามความคืบหน้าโดยเทียบกับข้อมูลก่อนทำกิจกรรม


การใช้ MOTSAP Matrix เริ่มจากการนำเอานโยบายของบริษัท หรือจากผู้บริหารระดับสูงมากำหนดเป้นภาระกิจของแผนกที่ตัวเองรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่ตอบสนองนโยบาย โดยทั่วไปนโยบายของบริษัทจะกล่าวโดยรวมที่เน้นทิศทางของบริษัท จากภาระกิจที่กำหนดไว้จะถูกนำมากำหนดวัตถุประสงค์ที่จะทำแต่ยังไม่ระบุเป็น KPIs ต่อมาในขั้นตอนของการกำหนดเป้าหมายในขั้นตอนนี้ KPIs จะเริ่มเข้ามามีบทบาทโดยจะถูกเลือกใช้ให้เหมาะสมในแต่ละแผนก โดยต้องสามารถวัดได้เ)นตัวเลขที่สามารถระบุความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกิจกรรมได้ดังนั้นในขั้นตอนต่อมาจะต้องหากลยุทธ์ ที่มักจะเป็นระบบหรือหลักการที่มีโอกาสช่วยทำให้การกำหนดกิจกรรมต่างๆที่ต้องดำเนินการและต้องระบุผู้รับผิดชอบของแต่ละกิจกรรมเพื่อให้เกิดการติดตามความคืบหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้องระบุระยะเวลาที่ต้องการให้สำเร็จตามแผนในขั้นตอนการกำหนด Plan


ตัวอย่างเช่น 1. ทำให้โรงงานปลอดอุบัติเหตุร้ายแรง
2. ทำให้พนักงานมีสุขภาพอนามัยที่ดี
3. รักษาสภาพบริเวณโรงงานไม่ให้มีปัญหาสิ่งแวดล้อม

ขั้นที่ 2 : ST เป็นการกำหนด Safety & Environment Target เป้าหมายด้านสุขภาพอนามัย ความปลอดภัยของพนักงานและการรักษาสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างของการกำหนดเป้าหมายคือ
1. ทำให้อุบัติเหตุร้ายแรงเป็นศูนย์ภายในหนึ่งปี
2. ทำให้ Minor Accident เป็นศูนย์ภายในหนึ่งปี
3. ลดวันหยุดเนื่องจากการเจ็บป่วยของพนักงานลง 80 %
4. ลดการใช้น้ำลง 30% ภายใน 4 ปี
5. ลดการใช้ไฟฟ้าลง 10 % ภายใน 4 ปี
ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมากดังนั้นจึงต้องกำหนดให้ทำอย่างรวดเร็วและได้ผลมากที่สุด
ขั้นที่ 3 : SS เป็นการกำหนด Safety & Environment Strategy คือการกำหนดกลยุทธ์ที่จะใช้เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ตัวอย่างเช่น
1. ใช้ KYT หรือการหยั่งรู้ระวังภัยในการลดอุบัติเหตุ
2. มีโครงการเพื่อสุขภาพของพนักงาน
3. ทำตามกฏหมายสิ่งแวดล้อม
4. ใช้ระบบ ISO 14000 ในการควบคุมปัญหาสิ่งแวดล้อม
ซึ่งในการกำหนดกลยุทธ์ในการแก้ปัญหานี้สามารถทำได้หลายวิธีแต่ที่สำคัญการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพงานที่เป็นอยู่
ขั้นที่ 4 : SA เป็นการกำหนด Safety & Environment Action เป็นการกำหนดกิจกรรมที่จะทำโดยเอากลยุทธ์เรื่องความปลอดภัยของพนักงานมาแตกเป็นโครงการ เพื่อแบ่งความรับผิดชอบให้ใครทำบ้าง ทำที่ส่วนใหนของการผลิต และทำเมื่อไร
ขั้นที่ 5 : SP เป็นการกำหนด Safety & Environment Plan เป็นการกำหนด KPI ที่จะใช้วัดความสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมที่เหมาะสมทางด้านความปลอดภัยของพนักงานและการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีการระบุเป้าหมายที่ต้องการจะได้ เป็นตัวเลขเป้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ อาจมีการนำตัวเลขที่ผ่านมาแล้วเป็นตัวตั้งต้นเพื่อใช้เปรียบเทียบ วัดความคืบหน้าของการดำเนินงาน


ลักษณะของ ดัชนีที่วัดในการทำ Safety KPI
1. % Accident Frequency Rate [ % AFR] เพื่อใช้วัดจำนวนความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุ กับเวลาการทำงานทั้งหมด ข้อมูลที่ได้ออกมาเป็นตัวเลขที่ง่ายในการอ่านและติตามในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากความไม่ปลอดภัยของพนักงาน
ข้อมูลดิบที่ใช้ในการคำนวณ คือ
1. Lost Time Accident [LTA] คือจำนวนวันที่หยุดงานเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ
2. Restricted Work Case หรือ RWC คือจำนวนวันที่พนักงานเข้ามาทำงานแล้วแต่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
3. จำนวนชั่วโมงการทำงาน
สูตรการคำนวณ
% Accident Frequency Rate
= ( LTA+RWC ) *100,000 ชั่วโมง / จำนวนชั่วโมงการทำงาน

2. % Area of Noise Over Standard [ %ANOS ] ใช้เพื่อวัดเปอร์เซ็นต์ของบริเวณที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานซึ่งใช้วัดความเอาใจใส่ของผู้บริหารในเรื่องของความปลอดภัยของพนักงานในสถานที่ทำงาน เพื่อหาทางลดจุดที่เสียงดังออกให้หมดไป
ข้อมูลดิบที่ใช้
1. จำนวนพื้นที่ที่มีเสียงดังเกินมาตรฐาน
2. จำนวนพื้นที่ทั้งหมดที่ตรวจวัดระดับเสียง

สูตรการคำนวณ
% Area of Noise Over Standard
= จำนวนพื้นที่ที่มีเสียงดังเกินมาตรฐาน * 100/
จำนวนพื้นที่ทั้งหมดที่ตรวจวัดระดับเสียง


3. Lost Time Accident [LTA] เพื่อใช้ในการแสดงจำนวนครั้งในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือ ถึงขั้นหยุดงาน
ข้อมูลดิบ คือจำนวนวันที่พนักงานหยุดงานเนื่องจากอุบัติเหตุ
สูตรการคำนวณ
Lost Time Accident [LTA] = ยอดสะสมของ Lost Time Day




4. Minor Accident[MA] แสดงจำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุไม่ร้ายแรง
5. จำนวนข้อเสนอแนะทางด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของพนักงาน เพื่อใช้ติดตามความสนใจของพนักงานในการปรับปรุงสภาพและสถานที่ทำงาน
6. Unsafe Corrected [UC] เพื่อใช้แดสงจำนวนสภาพ และการกระทำที่ไม่ปลอดภัย
ข้อมูลที่ใช้คือ Unsafe condition + Unsafe action ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว
7. จำนวนสภาพที่เป็น Unsafe condition + Unsafe action ที่พบ


เพิ่มเติมดัชนีชี้วัดทาง Safety
ความรุนแรงโดยเฉลี่ยของการบาดเจ็บ (Average severity index = A.S.I)
ความรุนแรงโดยเฉลี่ยของการบาดเจ็บเป็นการคำนวณเพื่อหาจำนวนวันโดยเฉลี่ยที่พนักงานหยุดงานหรือขาดคนไป
ต่อผู้บาดเจ็บหรือผู้ประสบอันตรายจำนวน 1 ราย

ASI = ISR/IFR

ดัชนีการบาดเจ็บพิการ (Disabling injury index = D.I.I.)
การคำนวณดัชนีการบาดเจ็บพิการเพื่อเป็นการช่วยพิจารณาตัดสินความรุนแรงของปัญหา โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างอัตราความถี่การบาดเจ็บและอัตราความรุนแรงของการบาดเจ็บรวมออกมาเป็นดัชนีเดียวกัน

D.I.I.=IFR*ISR/1000

ในกรณีที่คนทำงานได้รับบาดเจ็บและมีการสูญเสียอวัยวะบางส่วนในการคำนวณความรุนแรงของการบาดเจ็บจะต้องคิด
ถึงวันที่ต้องสูญเสียไปเนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติได้

SAFE – T – SCORE


ค่าของ STS เป็นค่าที่ไม่มีหน่วย ซึ่งผลการคำนวณตามสูตรออกมาจะมีความหมาย ดังนี้
1. ถ้า STS อยู่ระหว่าง + 2.00 และ –2.00 แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ได้ได้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเนื่องจากการ RANDOM FLUCTUATION
2. ถ้า STS มีค่าตั้งแต่ + 2.00 ขึ้นไป แสดงว่า ข้อมูลสถิติหรืออัตราการประสบอันตรายในปัจจุบันเลวกว่าอดีตที่ผ่านมา ซึ่งหมายถึงว่ามีอะไรบางสิ่งบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น
3. ถ้า STS มีค่าตั้งแต่ -2.00 ลงไป แสดงว่าข้อมูลสถิติหรืออัตราการประสบอันตรายในปัจจุบันดีกว่าในอดีตที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
4.
หลักเกณฑ์ในการกำหนดดัชนีวัดผลสำเร็จ
1. สอดคล้องหรือตรงประเด็น ( Relevance ) สามารถพิจารณาได้จาก ความเที่ยงตรง ( Validity ) คือ ตัวชี้วัดต้องครอบคลุมในประเด็นที่ต้องการประเมิน ความเชื่อถือได้ ( Reliability ) ตัวชี้วัดต้องให้ค่าจากการวัดคงเส้นคงวา
2. ความเป็นรูปธรรม ( Objective and Reproducible ) หมายความว่าตัวชี้วัดที่ดีจะต้องชัดเจนสามารถวัดได้เป็นตัวเลข
3.ความไว ( Sensitivity ) ดัชนีวัดผลสำเร็จที่ดีต้องแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงแม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไม่มากก็ตาม
4. การยอมรับ (Acceptance ) ดัชนีวัดผลสำเร็จที่ดีต้องได้รับการยอมรับจากผู้ปฏิบัติ และผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ หรือมีส่วนได้เสีย

ข้อดีและประโยชน์ที่ได้จากการทำ KPIs
1. KPIs เป็นหัวใจที่เป็นตัวผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จ
2. เป็นยุทธวิธีที่ปรับให้สำเร็จตามภารกิจของหน่วยงาน
3. ช่วยลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานในองค์กรเพื่อผลักดันองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
4. เป็นดัชนีวัดผลสำเร็จทางธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งการวัดด้านการเงินที่เป็นผลลัพธ์ในอดีต
และการวัดตัวผลักดันผลลัพในอนาคต


(ขออนุญาตนำข้อมูลนี้มาเผยแพร่ค่ะ)
ข้อมูลจาก เวบ จป.มสธ โดยคุณ KA
บันทึกการเข้า

PeeMai

  • Newbie
  • *
  • คะแนนน้ำใจ 1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 9
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนงาน KPI คืออะไร
« Reply #4 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 12:58:42 PM »
ขอบคุณมากๆคะ

 :-* :-*
บันทึกการเข้า

w2ev2e

  • Jr. Member
  • **
  • คะแนนน้ำใจ 2
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 59
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนงาน KPI คืออะไร
« Reply #5 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 03:31:03 PM »
อ่านจนงง
บันทึกการเข้า

nakkarin.s

  • Super Hero Member
  • ******
  • คะแนนน้ำใจ 1009
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1,122
  • กยิราเจ กยิราเถนัง
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนงาน KPI คืออะไร
« Reply #6 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2013, 08:37:28 PM »
 :wanwan017:
บันทึกการเข้า
เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน
 

WE LOVE JORPOR.COM