จป.ดอทคอม Jorpor.Com สังคมดีๆของ จป.บนโลกออนไลน์ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยดีๆ แห่งนี้ หากท่านไม่ใช่สมาชิก ข้อมูลจะถูกซ่อนอยู่ทำให้มองไม่เห็น โปรดสมัครสมาชิก ( ฟรี !!! ) เพื่อเข้าถึงข้อมูล พูดคุย สร้างสังคมดีๆ ร่วมกันกับเรา

ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไม จป.ทำสิ่งแวดล้อมได้ *แต่* สิ่งแวดล้อมทำ จป.ไม่ได้  (อ่าน 7815 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Kritsada.C

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 480
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 529
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
 ??? :o  "ทำไม จป.ทำสิ่งแวดล้อมได้ *แต่* สิ่งแวดล้อมทำ จป.ไม่ได้"
 พอดีไปเห็นกระทู้นี้มาเลยเอามาถามท่านพี่ๆ ใน จอปอดอทคอม ถึงความเห็นเรื่องดังกล่าว..... :'(
อ้างอิงจาก
http://www.siamsafety.com/index.php?page=forums/view&type_forum=2&message_id=63238

แบบว่ารู้สึกไม่เป็นธรรมสำหรับคนที่จบสิ่งแวดล้อม มา....
บันทึกการเข้า
Safety First

saranan

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 445
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 800
  • งานทุกงานเกิดอุบัติเหตุได้เสมอ
    • อีเมล์
ไม่รู้ซิครับ

แต่ถ้าในความคิดผม จป. ก็ไม่ได้รู้เรื่องสิ่งแวดล้อมมากนัก แต่เพราะเป็น

กฎหมายกำหนดว่า ต้องมี จป. ในโรงงานบริษัทฯ จึงต้องมี จป. และควบกับ

สิ่งแวดล้อมเพื่อลดงบประมาณมั้ง

และอีกอย่าง ถ้าสิ่งแวดล้อมมาทำงาน จป. คงทำงานได้เต็มที่ตามที่กฎหมายระบุ

และ จป. ก็ทำงานสิ่งแวดล้อมได้ไม่เต็มที่เหมือนกันแต่เพราะนายจ้างเป็นผู้ตัดสินเอง
บันทึกการเข้า
-                   มีความสุขในอาชีพนี้
                
       เหนื่อยไม่กลัว กลัวแต่ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญ
   เมื่อตั้งใจทำอะไรให้พนักงานแล้วสำเร็จ ก็สุขใจแล้ว

            E:mail sara_tee48@hotmail.com

                 sarananoamp@gmail.com
 E:mail Company = saranan.panawan@dbschenker.com

Apiraq

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 884
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 965
  • ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน
ไม่รู้ซิครับ

แต่ถ้าในความคิดผม จป. ก็ไม่ได้รู้เรื่องสิ่งแวดล้อมมากนัก แต่เพราะเป็น

กฎหมายกำหนดว่า ต้องมี จป. ในโรงงานบริษัทฯ จึงต้องมี จป. และควบกับ

สิ่งแวดล้อมเพื่อลดงบประมาณมั้ง

และอีกอย่าง ถ้าสิ่งแวดล้อมมาทำงาน จป. คงทำงานได้เต็มที่ตามที่กฎหมายระบุ

และ จป. ก็ทำงานสิ่งแวดล้อมได้ไม่เต็มที่เหมือนกันแต่เพราะนายจ้างเป็นผู้ตัดสินเอง

เห็นด้วยครับ

กฎหมายได้ทำการระบุไว้ให้ในโรงงานต้องมี จป. ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับงานสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องโดนพ่วงงานสิ่งแวดล้อมเข้าด้วย

อาจเป็นที่ว่า บริษัทฯ ส่วนใหญ่ ไม่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ความรู้ทางด้านนี้ลึกนัก การจ้างบุคคลากรเพิ่มเติมจึงไม่เหมาะสม

บางบริษัทฯ ก็มีบุคลากรที่ร่วมมือกับทาง จป.ได้เป็นอย่างดี เช่น ผู้ที่จบด้านเคมี วิศวกรรม ต่างๆเข้ามาดำเนินงาน

จึงทำให้ไม่จำเป็นนักที่ต้องมีบุคคลากรรับผิดชอบโดยตรง หากแต่มีกฎหมายที่เข้มงวด และกำหนดไว้ ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง....

ถ้าตอบไม่ถูกใจใคร...ผมก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ ครับ

 :wanwan017:  :wanwan017:   :wanwan017:
บันทึกการเข้า
ถ้าทุกคนรักเรา ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ

เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้


Paulo Coelho......

jpman

  • Jr. Member
  • **
  • คะแนนน้ำใจ 84
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 75
  • เหนื่อย แต่ไม่เคยท้อ ท้อ แต่ไม่เคยถอย
ตามความคิดเห็นของผมนะครับ คงจะเป็นความเข้าใจผิดขององค์กร มากกว่า ลองคิดตามนะครับ
1. จป. หรือ safety จะทำงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน คือ นั่นคือ
- การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe acts) เฝ้าระวังที่มาจากตัวพนักงาน
- สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe condition) เฝ้าระวังพนักงาน ณ จุดทำงานเป็นหลัก รอบๆ ตัวพนักงาน เช่น แสงสว่าง เสียงดัง ความร้อน สารเคมี สารชีวภาพ กัมตภาพรังสี ที่ตลบ อบอวน อยู่ภายในโรงงาน
ถ้าเปรียบมาตรฐาน คือ OHSAS 18000
2. คำว่า สภาพแวดล้อม(Condition) เป็นคนละความหมายกับ สิ่งแวดล้อม(Environment) ซึ่งหมายถึง สิ่งที่จะต้องออกนอกบริเวณโรงงานที่มีโอกาสปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศเสีย น้ำเสีย สารเคมีหกรั่วไหลลงน้ำ ลงดิน การกำจัดขยะอันตราย ของเสียต่างๆ ถ้าเปรียบมาตรฐาน คือ ISO 14000
ซึ่งนั่นล่ะ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของ จป. แต่องค์กรเข้าใจผิด คิดว่าสภาพแวดล้อมกับสิ่งแวดล้อมเป็นความหมายเดียวกันจึงเหมาให้ จป.ทำไงครับ ซึ่งเราก็อบรมหลักสูตรสิ่งแวดล้อมมาบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำได้แล้ว
 3. สิ่งแวดล้อมจึงทำงาน จป.ไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียน Unsafe Acts , Unsafe Condition มา อิอิ (พูดเหมือนเราเจ๋งกว่า อย่าคิดมาก มันคือความจริง)
     แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเราสิครับที่ได้เรียนรู้งานด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มอีก 1 อย่าง เหมือนได้ทำบุญเพิ่มนะครับ ช่วยพนักงานให้มีความปลอดภัย และช่วยโลกให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี สู้ สู้ นะครับ สำหรับเพื่อนๆที่ได้รับงาน 2 หน้าที่
ใครที่มีความคิดเห็นอื่นอีกก็แชร์เข้ามาได้นะครับ เพื่อความสบายใจของเพื่อนๆ จป.ที่ทำ 2 หน้าที่
บันทึกการเข้า

Jorpor_Tum

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 298
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 873
  • ซักวันเราจะเป็นวิชาชีพ
ตามความคิดเห็นของผมนะครับ คงจะเป็นความเข้าใจผิดขององค์กร มากกว่า ลองคิดตามนะครับ
1. จป. หรือ safety จะทำงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน คือ นั่นคือ
- การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe acts) เฝ้าระวังที่มาจากตัวพนักงาน
- สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe condition) เฝ้าระวังพนักงาน ณ จุดทำงานเป็นหลัก รอบๆ ตัวพนักงาน เช่น แสงสว่าง เสียงดัง ความร้อน สารเคมี สารชีวภาพ กัมตภาพรังสี ที่ตลบ อบอวน อยู่ภายในโรงงาน
ถ้าเปรียบมาตรฐาน คือ OHSAS 18000
2. คำว่า สภาพแวดล้อม(Condition) เป็นคนละความหมายกับ สิ่งแวดล้อม(Environment) ซึ่งหมายถึง สิ่งที่จะต้องออกนอกบริเวณโรงงานที่มีโอกาสปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศเสีย น้ำเสีย สารเคมีหกรั่วไหลลงน้ำ ลงดิน การกำจัดขยะอันตราย ของเสียต่างๆ ถ้าเปรียบมาตรฐาน คือ ISO 14000
ซึ่งนั่นล่ะ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของ จป. แต่องค์กรเข้าใจผิด คิดว่าสภาพแวดล้อมกับสิ่งแวดล้อมเป็นความหมายเดียวกันจึงเหมาให้ จป.ทำไงครับ ซึ่งเราก็อบรมหลักสูตรสิ่งแวดล้อมมาบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำได้แล้ว
 3. สิ่งแวดล้อมจึงทำงาน จป.ไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียน Unsafe Acts , Unsafe Condition มา อิอิ (พูดเหมือนเราเจ๋งกว่า อย่าคิดมาก มันคือความจริง)
     แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเราสิครับที่ได้เรียนรู้งานด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มอีก 1 อย่าง เหมือนได้ทำบุญเพิ่มนะครับ ช่วยพนักงานให้มีความปลอดภัย และช่วยโลกให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี สู้ สู้ นะครับ สำหรับเพื่อนๆที่ได้รับงาน 2 หน้าที่
ใครที่มีความคิดเห็นอื่นอีกก็แชร์เข้ามาได้นะครับ เพื่อความสบายใจของเพื่อนๆ จป.ที่ทำ 2 หน้าที่


 :'(  ตามนี้เลยครับ เห็นด้วยอย่างแรง :wanwan005:
บันทึกการเข้า
วิทยากรความปลอดภัยการทำงานในที่อับอากาศ/ความปลอดภัยการใช้งานรถยก/การทำงานที่สูง

et009

  • Newbie
  • *
  • คะแนนน้ำใจ 7
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 49
ผมตอบในฐานะคนที่จบทั้ง จป และ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมครับ

อยากบอกว่าแท้จริงแล้วสองสาขานี้เรียนเหมือนกันกว่า 80 % ต่างกันตรงวิชาที่เกี่ยวกับกฎหมายบางส่วนและวิชาที่เกี่ยวกับด้านแรงงานต่าง ๆ ที่สิ่งแวดล้อมไม่มี

จึงทำให้ จป ได้เปรียบสิ่งแวดล้อมครับ เพราะแท้จริงแล้ว จป แทบจะเรียนวิชาในส่วนของสิ่งแวดล้อมมาพอสมควร แต่มันได้เสริมตรงส่วนที่เป็นกฎหมายและแรงงานต่าง ๆ 


บันทึกการเข้า

Apiraq

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 884
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 965
  • ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน
ผมตอบในฐานะคนที่จบทั้ง จป และ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมครับ

อยากบอกว่าแท้จริงแล้วสองสาขานี้เรียนเหมือนกันกว่า 80 % ต่างกันตรงวิชาที่เกี่ยวกับกฎหมายบางส่วนและวิชาที่เกี่ยวกับด้านแรงงานต่าง ๆ ที่สิ่งแวดล้อมไม่มี

จึงทำให้ จป ได้เปรียบสิ่งแวดล้อมครับ เพราะแท้จริงแล้ว จป แทบจะเรียนวิชาในส่วนของสิ่งแวดล้อมมาพอสมควร แต่มันได้เสริมตรงส่วนที่เป็นกฎหมายและแรงงานต่าง ๆ 




 :'( ตามนี้เลยครับ เห็นด้วยอย่างแรง  :wanwan005:
บันทึกการเข้า
ถ้าทุกคนรักเรา ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ

เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้


Paulo Coelho......

Kritsada.C

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 480
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 529
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
ขอบคุณครับสำหรับคำตอบ ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อถามความเห็น ของพี่ๆ  :-*  :'(
แต่มันก็อย่างที่ คุณ et009 บอกมาเลย ครับ เพราะว่าที่เรียนมาใน คณะก็มาแยกกันเรียนตอน ปี 4 เนื่องจากเนื้อหาได้แยกจากกัน ในเรื่องที่เน้นไปทางกฎหมายของ จป ส่วนสิ่งแวดล้อมก็เริ่มเข้าทำ Lab มากขึ้น อืม...รอดูกันต่อว่าจะมีกฎหมายหรือเปล่า  :-X
บันทึกการเข้า
Safety First

Jorpor_Tum

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 298
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 873
  • ซักวันเราจะเป็นวิชาชีพ
ผมตอบในฐานะคนที่จบทั้ง จป และ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมครับ

อยากบอกว่าแท้จริงแล้วสองสาขานี้เรียนเหมือนกันกว่า 80 % ต่างกันตรงวิชาที่เกี่ยวกับกฎหมายบางส่วนและวิชาที่เกี่ยวกับด้านแรงงานต่าง ๆ ที่สิ่งแวดล้อมไม่มี

จึงทำให้ จป ได้เปรียบสิ่งแวดล้อมครับ เพราะแท้จริงแล้ว จป แทบจะเรียนวิชาในส่วนของสิ่งแวดล้อมมาพอสมควร แต่มันได้เสริมตรงส่วนที่เป็นกฎหมายและแรงงานต่าง ๆ 




 :'( ตามนี้เลยครับ เห็นด้วยอย่างแรง  :wanwan005:

 :( เรียนแบบเหรอครับพี่อภิรักษ์  :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019:
บันทึกการเข้า
วิทยากรความปลอดภัยการทำงานในที่อับอากาศ/ความปลอดภัยการใช้งานรถยก/การทำงานที่สูง

Apiraq

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 884
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 965
  • ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน
 :wanwan04:

ไม่ได้เรียนแบบครับ

แต่

เลียนแบบ ตะหาก......


 :wanwan019:   :wanwan019:   :wanwan019:
บันทึกการเข้า
ถ้าทุกคนรักเรา ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ

เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้


Paulo Coelho......

arty

  • Full Member
  • ***
  • คะแนนน้ำใจ 42
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 249
ถ้าให้ ผมไปทำ lab Envi ,ออกแบบระบบบำบัด ก้อไปไม่เป็นเหมือนกันครับ

เพิ่มอีกนิด จป. จะเรียน
-การยศาสตร์
-กฎหมาย ความปลอดภัย แรงงาน + สวล.
-พิษวิทยาและอาชีเวชศาสตร์

เราดู Envi ในโรงงานก้อไม่มีไรมาก ดูผลlab ตัวอย่างน้ำ อากาศจากปล่อง ฯ
เทียบกฎหมาย ไม่ผ่านก็มี Consult
บันทึกการเข้า
ไม่ได้สอนให้เรียน แข่งขันอย่างคลั่งบ้า ไม่ได้สอนคิดบ้าว่าเป็นคนเหนือคน จบเห็นแก่ตน แต่งงานสืบพันธุ์แล้วตาย ไม่ได้สอนให้โกงให้กลอกกลิ้ง ไม่ได้สอนว่าเป็นเทวดา ไม่ได้สอนให้จบออกมา เหยียดหยามประชาชน ไม่ได้ให้ปัญญาเอาไว้คดโกงสังคม มหา'ลัยสอนไว้ให้เรา เป็นข้าประชาชน

น้าปอ

  • Sr. Member
  • ****
  • คะแนนน้ำใจ 42
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 280
  • เกิดมาเพื่อเป็นหงษ์
ผมตอบในฐานะคนที่จบทั้ง จป และ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมครับ

อยากบอกว่าแท้จริงแล้วสองสาขานี้เรียนเหมือนกันกว่า 80 % ต่างกันตรงวิชาที่เกี่ยวกับกฎหมายบางส่วนและวิชาที่เกี่ยวกับด้านแรงงานต่าง ๆ ที่สิ่งแวดล้อมไม่มี

จึงทำให้ จป ได้เปรียบสิ่งแวดล้อมครับ เพราะแท้จริงแล้ว จป แทบจะเรียนวิชาในส่วนของสิ่งแวดล้อมมาพอสมควร แต่มันได้เสริมตรงส่วนที่เป็นกฎหมายและแรงงานต่าง ๆ 




 :'( ตามนี้เลยครับ เห็นด้วยอย่างแรง  :wanwan005:
เป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นด้วยกับคำตอบนี้ ตรงนะว่าไหม
บันทึกการเข้า
Every day may not be good,
but there is something good in every day.
ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน

wellwin

  • Sr. Member
  • ****
  • คะแนนน้ำใจ 86
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 283
จป.ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ได้แค่ผิวๆนะ ครับ เพราะถ้าจะทำด้านสิ่งแวดล้อมจริงๆ ต้องดูแลเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย มลพิษทางอากาศ ขยะมูลฝอย และกากของเสียอุตสาหกรรม การบำบัดการกำจัดอย่างถูกสุขาภิบาล และกฎหมายสิ่งแวดล้อมก็มีการบังคับแยกจากกฎหมายความปลอดภัยครับ ซึ่งต้องเรียนมาทางสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเท่านั้นครับ พอดีเรียนป.ตรีวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และมาเรียน มสธ. (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย) เพิ่มเพื่อเป็น จป.นะครับ
บันทึกการเข้า

jpman

  • Jr. Member
  • **
  • คะแนนน้ำใจ 84
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 75
  • เหนื่อย แต่ไม่เคยท้อ ท้อ แต่ไม่เคยถอย
แต่ที่บริษัทผมไม่ผิวๆ นะครับ ทำด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยแบบเดียวกับที่ คุณ wellwin แจ้งมาทุกอย่างเลย อาศัยศึกษาเอง และ อบรมเพิ่มเติม ซึ่งก็นั่นล่ะ เป็นความเข้าใจผิดของฝ่ายบริหารที่คิดว่า สภาพแวดล้อม กับ สิ่งแวดล้อม คือตัวเดียวกัน พอเห็นว่า จป.ทำได้ คราวนี้จะขอเจ้าหน้าที่ Envi มาแบ่งเบาภาระ ก็ไม่ยอมอนุมัติสักที ก็เลยทนสู้ต่อไป ล่ะครับพี่น้อง
 :wanwan044:
บันทึกการเข้า

et009

  • Newbie
  • *
  • คะแนนน้ำใจ 7
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 49
จริงเรื่องการดูแลระบบบำบัดต่าง ๆ นั้น ปกติตามโรงงานที่ใส่ใจพวกนี้มักจะจ้างที่ปรึกษามาคอยควบคุมดูแลอยู่แล้ว ทำให้เหมือนตำแหน่งสิ่งแวดล้อมในโรงงานจะดูไม่ค่อยจะมี

เพราะสุดท้ายจ้าง outsource มาดูแลจะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า maintanace ระบบเองครับ
บันทึกการเข้า

wellwin

  • Sr. Member
  • ****
  • คะแนนน้ำใจ 86
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 283
ลืมบอกไปอีกอย่างหนึ่งครับ ตามกฎหมายผู้ที่สามารถเป็นผู้ควบคุมระบบต่างๆด้านสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะจบมาทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็ต้องไปสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเสียก่อนจึงจะปฏิบัติงานได้ตามกฎหมายครับ คื่อ จบตรงก็ยังทำไม่ได้อยู่ดีครับ เพราะฉนั้น จป.ซึ่งจบมาทางอาชีวอนามัยจึงทำไม่ได้แน่อนครับ ตามกฎหมายต้องมีเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมดูแล และควบคุมระบบต่างๆ นะครับ
บันทึกการเข้า

Mersy@SMC

  • Sr. Member
  • ****
  • คะแนนน้ำใจ 120
  • ออนไลน์ ออนไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 304
    • อีเมล์
ง่ายนิดเดียวครับ

1. กฎหมายความปลอดภัยกำหนดให้จป.วิชาชีพ ต้องจบด้านอาชีวอนามัย

2. กฎหมายสิ่งแวดล้อมไม่ได้กำหนดว่าคนทำงานต้องจบด้านสิ่งแวดล้อม

เข้าใจนะครับ ถ้าไม่มีกฎหมาย ก็ไม่มี จป.
บันทึกการเข้า
เราจะไม่เดินไปเพียงลำพัง ถ้าเราทุกคนเดินไปทางเดียวกัน
             We'll never walk alone.....><

Apiraq

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนน้ำใจ 884
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 965
  • ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน
ลืมบอกไปอีกอย่างหนึ่งครับ ตามกฎหมายผู้ที่สามารถเป็นผู้ควบคุมระบบต่างๆด้านสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะจบมาทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็ต้องไปสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเสียก่อนจึงจะปฏิบัติงานได้ตามกฎหมายครับ คื่อ จบตรงก็ยังทำไม่ได้อยู่ดีครับ เพราะฉนั้น จป.ซึ่งจบมาทางอาชีวอนามัยจึงทำไม่ได้แน่อนครับ ตามกฎหมายต้องมีเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมดูแล และควบคุมระบบต่างๆ นะครับ

 ::)



ยังไงซะ....

จป.ทางสาย สบ. ก็ยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ได้ครับ

นอกจาก จป.ทางสาย วทบ.ครับ ...ผมเองก็ยังอยากต่อยอดเรียนเอา วทม.เลย...

อย่าเพิ่งน้อยใจกันกับคนที่จบด้านสิ่งแวดล้อมครับ ถ้าเรียนสิ่งแวดล้อม และ มาเรียน จป.ของ มสธ.ด้วย จบมานี้ก็เหมือนเสือติดปีกเลยละ....


 :wanwan017:   :wanwan017:  :wanwan017:

บันทึกการเข้า
ถ้าทุกคนรักเรา ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ

เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้


Paulo Coelho......

arty

  • Full Member
  • ***
  • คะแนนน้ำใจ 42
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 249
ใช่ครับ พวกเรา สบ. ทำไงถึงจะได้ หน่วยกิจ ครบ สมัครเรียนหลักสูตรใหม่ วท.บ ปีหน้าเลยดีมั้ยครับ

อยากเป็นเสือติดปีก Cat on the wing  :wanwan020:
บันทึกการเข้า
ไม่ได้สอนให้เรียน แข่งขันอย่างคลั่งบ้า ไม่ได้สอนคิดบ้าว่าเป็นคนเหนือคน จบเห็นแก่ตน แต่งงานสืบพันธุ์แล้วตาย ไม่ได้สอนให้โกงให้กลอกกลิ้ง ไม่ได้สอนว่าเป็นเทวดา ไม่ได้สอนให้จบออกมา เหยียดหยามประชาชน ไม่ได้ให้ปัญญาเอาไว้คดโกงสังคม มหา'ลัยสอนไว้ให้เรา เป็นข้าประชาชน

จป.เด๋อด๋า

  • Jr. Member
  • **
  • คะแนนน้ำใจ 4
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 91
บริษัทผมไม่ได้ใหญ่โตหรือมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะขนาดนั้น มีนำขยะออกกำจัดไม่มีระบบน้ำเสีย,มลพิษทางอากาศ จำเป็นต้องมี
*ผู้รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมไหมครับ
บันทึกการเข้า

thanapong

  • Sr. Member
  • ****
  • คะแนนน้ำใจ 184
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 469
เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า จป.วิชาชีพ ต้องจบปริญญาตรีด้านอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า  ขนาดจบ ป.โท ความปลอดภัย อาชีวอนามัย ยังเป็น จป.วิชาชีพไม่ได้เลย ต้องกลับมาเรียน ป.ตรีใหม่ครับ
บันทึกการเข้า

modohaim

  • Sr. Member
  • ****
  • คะแนนน้ำใจ 71
  • ออนไลน์ ออนไลน์
  • กระทู้: 275
ต้องกลับไปอ่านกฎหมาย ว่าโรงงานของ จขกท. กำหนดว่าต้องมีหรือไม่
คำตอบอยู่ในกฎหมายทั้งหมด ห้ามคิดหรือตีความไปเองครับ
บันทึกการเข้า

SAFETY AAA

  • Newbie
  • *
  • คะแนนน้ำใจ 2
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 4
ยังไงซะ....

จป.ทางสาย สบ. ก็ยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ได้ครับ

นอกจาก จป.ทางสาย วทบ.ครับ ...ผมเองก็ยังอยากต่อยอดเรียนเอา วทม.เลย...

อย่าเพิ่งน้อยใจกันกับคนที่จบด้านสิ่งแวดล้อมครับ ถ้าเรียนสิ่งแวดล้อม และ มาเรียน จป.ของ มสธ.ด้วย จบมานี้ก็เหมือนเสือติดปีกเลยละ....
   

จบ สบ มาสามารถขึ้นทะเบียนได้นะครับถ้าเราทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอย่างน้อย 3 ปี (ถ้าผมไม่เข้าใจผิดนะครับ)
บันทึกการเข้า
 

WE LOVE JORPOR.COM