จป.ดอทคอม Jorpor.Com สังคมดีๆของ จป.บนโลกออนไลน์ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยดีๆ แห่งนี้ หากท่านไม่ใช่สมาชิก ข้อมูลจะถูกซ่อนอยู่ทำให้มองไม่เห็น โปรดสมัครสมาชิก ( ฟรี !!! ) เพื่อเข้าถึงข้อมูล พูดคุย สร้างสังคมดีๆ ร่วมกันกับเรา

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน > ห้องพูด คุย สาระความปลอดภัยทั่วไป แบ่งปันไฟล์ข้อมูลความรู้

รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื่น : การจัดการความขัดแย้ง

(1/4) > >>

Safety BO:
รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื่น : การจัดการความขัดแย้ง


         “รู้จักตนเอง และเข้าใจผู้อื่น” ทำให้เรารู้ว่า กลุ่มคนที่มักสร้างปัญหาให้กับองค์กร สร้างความขัดแย้งระหว่างบุคคล คือ กลุ่มที่เราเรียกว่า I’m O.K. You’re not O.K. ซึ่งอาจจะขยายความขัดแย้งเป็นวงกว้าง เป็นความขัดแย้งของหน่วยงานและองค์กรได้ ดังนั้น การจัดการกับความขัดแย้งตามแบบของ Johnson & Johnson มี 5 วิธี โดยเปรียบเทียบแต่ละวิธีกับสัตว์ 5 ชนิด คือ เต่า ฉลาม หมี ตุ๊กตา หมาจิ้งจอก และ นกฮูก ดังนี้

1. เต่า (การหลีกเลี่ยงถอยหนี) ธรรมชาติของเต่า คือ เมื่อมีภัยจะหดตัวหดหัวอยู่ในกระดอง เมื่อปลอดภัยแล้วจะยืดออกมา เต่าจะไม่สนใจเป้าหมายของงาน และไม่สนใจความสัมพันธ์ของบุคคล เราเรียกวิธีการจัดการความขัดแย้งนี้ว่า “การถอยหนี” คือ ทั้งเป้าหมายความสำเร็จในการทำงานและคนไม่สำคัญ

2. ฉลาม (การใช้อำนาจบังคับ) ธรรมชาติของฉลามเป็นสัตว์ที่ดุร้ายพละกำลังมาก กินทุกอย่างที่ขวางหน้า เมื่อต่อสู้ก็จะเป็นฝ่ายชนะ การบริหารในวิธีนี้จะใช้อำนาจที่เหนือกว่าเข้าบังคับโดยไม่คำนึงถึงเป้าหมายของผู้อื่น เพราะถือว่า การชนะคือความสำเร็จ ส่วนการผ่ายแพ้ นั้นคือ ความอ่อนแอ เรียกวิธีนี้ว่า “การใช้อำนาจ” คือ เป้าหมายความสำเร็จในการทำงานสำคัญกว่า แต่คนไม่สำคัญ ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น

3. หมีตุ๊กตา (การใช้ความนุ่มนวล) หมีมีความเชื่อว่า ความขัดแย้งนั้นเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรให้ความขัดแย้งมาทำลายความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หมีพร้อมที่จะยกเลิกเป้าหมายของตน ถ้าเป้าหมายนั้นไปทำลายความสัมพันธ์กับคนอื่น เรียกวิธีนี้ว่า “การใช้ความนุ่มนวล” คือ ให้ความสำคัญในเรื่องคน แต่เป้าหมายเรื่องงานไม่สำคัญ

4. หมาจิ้งจอก (การประนีประนอม) หมาจิ้งจอกจะให้ความสำคัญกับเป้าหมายของงาน เท่า ๆ กับความสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งเป็นทางสายกลางของการประนีประนอม พร้อมที่จะยกเลิกเป้าหมายของตน และเกลี่ยกล่อมให้คนอื่นยกเลิกเป้าหมายของเขาด้วย เรียกวิธีนี้ว่า “การประนีประนอม” คือ เป้าหมายและคนสำคัญปานกลาง

5. นกฮูก (การแก้ปัญหาร่วมกัน) นกฮูกมีความเชื่อว่า ความขัดแย้งคือปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้ไข ทำให้เป้าหมายของตนและผู้อื่นสัมฤทธิ์ผล เรียกวิธีนี้ว่า “การแก้ปัญหาร่วมกัน” คือ ทั้งเป้าหมายและคนสำคัญเท่ากัน

ที่มา หนังสือฉลาดอย่างผู้นำ      เรียบเรียงโดย บูรชัย  ศิริมหาสาคร
http://blog.rmutsb.ac.th/blog/page/b_comment.php?BLOG_ID=2248&ID_SEND=managemen
โดยทั่วไปแต่ละคน จะมีบุคลิกมีวิธีการจัดการกับความขัดแย้งได้หลายวิธี แต่มักจะมีวิธีการหลักหรือบทบาทหลัก ที่มักใช้เป็นประจำวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอาจจะทำให้วิธีการเปลี่ยนไปก็เป็นได้ เช่น บางคนเมื่อเจอปัญหามักหลีกหนีความขัดแย้ง ไม่กล้าเผชิญหน้า ด้วยสไตล์ของ “เต่า” (Withdrawing) แต่หากมีความกดดันจากเพื่อนร่วมงานกดดันรุนแรง หรือหัวหน้างานกดดันให้แก้ปัญหาเร่งด่วน เขาอาจจะเปลี่ยนกลายเป็น “ฉลาม” เข้าต่อสู้ก็เป็นไปได้


ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เราต้องเรียนรู้ธรรมชาติของผู้ที่เราทำงานด้วย เช่น นายจ้างเรามักจะแสดงบทบาท “ฉลาม” (Forcing) โดยให้ความสำคัญกับความสำเร็จของงานมากกว่าการรักษาสัมพันธภาพที่ดี ดังนั้น การนำเสนองานใดๆ มักจะต้องมุ่งให้นายจ้างเห็นผลสำเร็จของงานหรือประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม เป็นต้น


ในการจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เราจะต้องเข้าใจปัญหาก่อนว่า ปัญหานั้นๆ เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับงาน หรือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่ากัน จากนั้นจึงเลือกใช้วิธีการทั้ง 5 วิธี ว่าควรจะใช้การแก้ไขในเรื่องงาน หรือเรื่องคน เป็นเรื่องสำคัญมากกว่ากัน บางครั้งอาจต้องใช้วิธี “พบกันคนละครึ่งทาง”ของ “สุนัขจิ้งจอก” (Compromising) คือยอมลดระดับความต้องการของตนเองลงบางส่วน และชักจูงให้เพื่อนร่วมงานยอมสละความต้องการของเขาลงบ้างเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

บางครั้งเราอาจต้องแสดงบทบาทสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้ได้รับการยอมรับตามวิธีการของ “ตุ๊กตาหมี” (Smoothing) ผู้นำแบบนี้มักเน้นการสังสรรรื่นเริงมากกว่าความใส่ใจในเรื่องงาน แต่บทบาทผู้นำที่สร้างสรรค์คือ “นกฮูก” (Confronting) ที่มองว่าความขัดแย้งเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และพยายามให้แต่ละฝ่ายได้บรรลุถึงความต้องการของตน ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสัมพันธภาพที่ดีต่อกันไว้ได้ ทั้งนี้ต้องพูดคุยอธิบายเหตุและผลให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจ

แน่นอนว่า วิธีการจัดการกับความขัดแย้งที่ทุกคนไม่ชอบ ไม่อยากเจอก็คือ การบังคับ (Forcing) แบบฉลาม แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะยังมีคนที่คิดว่า ตัวเองมีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจจากตำแหน่ง หรือหน้าที่ที่รับผิดชอบที่คนอื่นจะต้องขอความช่วยเหลือ พวกนี้จะแสดงอาการเกรี้ยวกราด ไม่พอใจเมื่อไม่ได้ดั่งใจ โดยสำคัญว่าคนอื่นผิด เขาจะทั้งกัดทั้งจิกสารพัดวิธีที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าตัวลีบเล็กลง บางครั้งถ้าอาการขั้นโคม่า เราอาจจะต้องเจอกับวิธีการที่ 6 ซึ่งไม่มีในตำรา ว่าเป็นวิธีการของ “หมาบ้า” (Mad Dog) ถ้าเจอแล้วต้องหนีให้ไกลห่าง

แล้วบทบาทวิธีการจัดการความขัดแย้งของท่านเป็นแบบใด? อย่าลืมใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นบ้าง


รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื่น : I’m OK, You’re OK
http://www.oknation.net/blog/Smartlearning/2011/09/13/entry-1

ฺฺSafety_B:
ขอบคุณค่ะสำหรับสาระดีๆ +1

safetyberry:
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ +1 ค่ะ

noppadol_1411:
 
  ความขัดแย้งของผู้นำ มันฝังรากลงลึก ปรองดอง เป็นเพียงภาพมายา
 ตราบใดยังไม่ลด ละ เลิก ความอิจฉา ริษยา ที่มีให้ต่อกัน

  วาระ 2 กว่า จะผ่าน หืดขึ้นคอ

  ความฝันอยากกลับลำปางด้วยรถไฟความเร็วสูง 45 นาที
  ความฝันอยากได้ทางระบายน้ำความเร็วสูง จากนครสวรรค์ออกภาคตะวันตก มุ่งสู่แม่
  กลอง ออกทะเลไปเลย

    มันอยู่แค่เอื้อม
      อิอิอิ

Safety BO:
อยากมันใกล้แค่เอื้อมจริงๆๆคะ   ::) ::) ::)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

WE LOVE JORPOR.COM