2. ตรวจสถานที่ขออนุญาตทำงานที่เสี่ยงอันตราย
 |
ตรวจร่วมกันกับผู้มีสิทธิอนุญาต และผู้จะปฏิบัติงาน |
 |
ตรวจรายละเอียดงานที่ทำ ชัดเจน ครอบคลุม |
 |
ค้นหาอันตราย และกำหนดวิธี หรือมาตรการป้องกัน |
 |
กำหนดผู้ควบคุมให้เป็นไปตามที่ขออนุญาต |
3.อนุญาตให้ทำงานที่เสี่ยงอันตรายได้ในกรณี
 |
ทุกคนที่มีสิทธิเซ็นชื่อ เห็นพร้องกัน |
 |
มาตรการป้องกัน ดำเนินการแล้ว |
 |
ชี้แจงพนักงานที่ต้องปฏิบัติงาน |
 |
ออกใบอนุญาตถาวร กรณีที่ปฏิบัติงานในที่เดิม หรือการปิดคลุมแต่ต้องทุก 1 เดือน เฉพาะ Hot Work |
 |
ออกใบอนุญาตชั่วคราว เมื่อทำงานนอกพื้นที่ปิดคลุมโดยมีการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ |
 |
สำเนาแจ้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
4.การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยขณะปฏิบัติงานที่เสี่ยงอันตราย
 |
แขวนป้าย หรือติดใบอนุญาต ที่บริเวณปฏิบัติงาน |
 |
ตรวจสอบการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อกำหนด |
 |
ถ้ามีการปฏิบัตินอกเหนือจากที่แจ้ง ต้องขออนุญาตก่อน |
5.สิ้นสุดการปฏิบัติงานเสี่ยงอันตราย
 |
จัดสถานที่ทำงานให้คงสภาพเดิม |
 |
ตรวจสอบความเรียบร้อย |
 |
จัดส่งแบบฟอร์มคืนหน่วยงานความปลอดภัย |
หมายเหตุ : การล็อคกุญแจและแขวนป้าย (Lockouts and Tagged out)
เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ความประมาท ความรู้เท่าไม่ถึงการ และความเสี่ยง ของพนักงานซ่อมบำรุง ที่ต้องตัดแหล่งพลังงาน เช่น ไฟฟ้า ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม และสิ่งที่มีอันตรายในขณะทำงาน เราจึงควรมีการล็อคกุญแจ และแขวนป้าย เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ขณะปฏิบัติงานนั้นมีความปลอดภัยเพียงพอ เพื่อความสำเร็จ เราสามารถดำเนินการได้ดังนี้
 |
กำหนดลักษณะงานที่ต้องล็อคกุญแจ และแขวนป้าย เป็นกฎโรงงาน |
 |
จัดอบรมพนักงานทุกคนให้ทราบ |
 |
มอบหมายให้หัวหน้างานควบคุมให้เป็นไปตามกฎ |
 |
จป.และวิศวกร ตรวจซ้ำเป็นครั้งคราว |
 |
พนักงานควรมีกุญแจ และป้ายเฉพาะตัว |
 |
กุญแจควรได้มาตรฐาน และมี Master Key เก็บไว้ที่ผู้จัดการ |
 |
กุญแจ และป้าย ควรแตกต่างกัน แยกตามแผนก กะ หรือผู้รับเหมา |
 |
ป้ายควรทำจากพลาสติก หรือโลหะ ขนาด 3"x 6" ตัวอักษรใหญ่มองเห็นชัดเจน และมีข้อความดังนี้
-อันตราย
-ห้ามเดินเครื่อง หรือ เปิดสวิตซ์
-ห้ามเอาป้ายออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
-ชื่อ...............................................เจ้าของป้าย
-หน่วยงาน................................................... |
 |
ขั้นตอนในการล็อคกุญแจ และแขวนป้าย ทำได้ดังนี้
1. ตรวจสอบหาแผงควบคุม หรือเมนสวิทซ์หรือต้นตอของพลังงานที่ส่งเข้าเครื่องจักร
2. ล็อคกุญแจแผงควบคุม หรือเมนสวิทซ์ พร้อมทดลองแล้วแขวนป้าย ซึ่งเขียนข้อความแล้ว
3. ป้ายมีไม่เพียงพอให้เขียนเพิ่มขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังว่ากำลังปฏิบัติงาน
4. กรณีที่ไม่สามารถล็อคกุญแจได้ ควรให้ช่างถอดฟิวส์หรือสายไฟออก
5. ทดสอบเครื่องจักรว่าต้นกำลังถูกตัดแล้วจริง
6. กรณีเปลี่ยนกะ ต้องเปลี่ยนกุญแจ และป้ายเสมอ
7. ถ้ากุญแจหาย ต้องรายงานหัวหน้าทราบก่อนจึงจะได้รับกุญแจใหม่
8. เมื่องานแล้วเสร็จ ต้องถอดกุญแจ และป้ายด้วยตนเองเสมอ
9. คนที่ถอดกุญแจคนสุดท้าย ต้องแจ้งหัวหน้างาน หรือผู้รับผิดชอบ
10. ตรวจสอบว่าไม่มีบุคคลใด หรือสิ่งของอยู่จุดที่อันตรายจึงเริ่มเดินเครื่องจักร |
|