Safety Officer
หน่วยงานฝึกอบรม
ติดต่อ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ในเวบไซต์ ขอรายละเอียดทางเมล์ satekulpanich@gmail.com
บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา....ต้องปฏิบัติตัวให้ถูก







        จป.หลายๆ ท่านคงเคยพบเหมือนผมนะครับ ว่าในบริษัทฯที่เราดูแลอยู่มีพนักงานมาใช้บริการห้องพยาบาล ก็จะมีในส่วนของการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาอยู่พอสมควรในแต่ละเดือน โดยส่วนมากจะเป็นในเรื่องของการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ซึ่งหน้าที่ของพยาบาลก็ต้องมีหน้าที่ในการซักถามถึงสาเหตุของการเกิดและหน้าที่การทำงานของพนักงานนั้นๆในกระบวนการทำงาน ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กันได้ในการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ซึ่งบางครั้งพนักงานอาจไม่กล้าบอกว่าเกิดจากการทำงานก็เป็นได้ ( ปัญหาด้านการยศาสตร์ ) ดังนั้นทาง จป.เองก็ต้องมีหน้าที่ในการวิเคราะห์งานต่างๆว่ามีระดับความเสี่ยงของการเกิดปัญหาด้านการยศาสตร์อยู่ในระดับที่เท่าไร เพื่อวางแผนปรับปรุงต่อไป

          สำหรับบทความนี้คงไม่ได้เน้นในเรื่องของปัญหาด้านการยศาสตร์นะครับ จะพูดถึง การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เฉพาะการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน  เช่นกล้ามเนื้อ เอ็น พังผืดเท่านั้น ( ไม่รวมถึงการบาดเจ็บ ที่รุนแรงจนกระดูกหัก ) ครับ


เมื่อบาดเจ็บแล้วทำอย่างไรดี 
     ควรเริ่มการรักษาทันทีหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บ และควรได้รับการฟื้นฟูสภาพอย่างต่อเนื่องจนหายดี แล้วจึงกลับไปเล่นกีฬาเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่แน่ใจหรือในกรณีที่เป็นมากก็ควรปรึกษาแพทย์   
                                                    
  จะลดอาการปวดและบวมได้อย่างไร
     ความเจ็บปวดจะเกิดทันทีหลังจากได้รับบาดเจ็บและมักมีอาการบวมตามมา
     1.) สิ่งแรกที่จะต้องทำหลังจากนั้นก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวบริเวณที่บาดเจ็บให้มากที่สุด เช่นการใช้ไม้ดามที่ข้อเข่า
     2.)  ต่อจากนั้นให้ประคบด้วยความเย็น เช่นใช้ผ้าหุ้มก้อนน้ำแข็ง ออกแรงกดเล็กน้อยบริเวณที่บาดเจ็บ ความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ช่วยให้เลือดหยุดเร็วไม่ออกมากภายในเนื้อเยื่อ จะช่วยไม่ให้การบาดเจ็บเป็นมาก ผ่อนหนักให้เป็นเบาลด หรือป้องกันอาการอักเสบและบวม ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อเกิดการบาดเจ็บใหม่ๆในระยะ 24-48ชั่วโมงแรก  ให้ใช้ความเย็น ไม่ใช่ความร้อน ขอให้จำตรงนี้ให้ดีๆเพราะเท่าที่พบมีคนที่ไม่ทราบหรือเข้าใจผิดเป็นจำนวนมากที่นิยมใช้ความร้อน เช่นทาด้วยยาหม่อง หรือครีมนวดที่ทาแล้วร้อน ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เป็นสาเหตุให้เลือดที่ออกหยุดยาก เกิดอาการบวมมากขึ้นได้
     3.) อีกอย่างที่จะช่วยลดอาการบวมได้ก็คือการยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูง เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ไม่คั่งอยู่บริเวณที่บาดเจ็บ เช่นในกรณีข้อเท้าแพลง เวลานั่งควรยกเท้าพาดเก้าอี้ ไม่ควรนั่งห้อยเท้านานๆ เวลานอนก็หาม้วนผ้ามาหนุนเท้าให้สูงขึ้นจะดีมาก
     4.) ถ้าปวดมากก็อย่าลืมกินยาแก้ปวด ยาพาราเซตตามอล เป็นยาที่ได้ผลดีและค่อนข้างปลอดภัย สามารถหาซื้อมากินเองได้ (ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยโรคตับ)  ส่วนยาต้านอาการอักเสบอาจเกิดผลข้างเคียงได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคกระเพาะ
จึงควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์

 


 A video from www.youtube.com, Sports Injuries
 

วิธีช่วยลดการอักเสบ
     เมื่อพ้นระยะ 24-72 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ) การใช้เครื่องช่วยพยุงก็จะช่วยปกป้องส่วนที่บาดเจ็บได้ เช่นการใช้ไม้ค้ำยันหรือไม้เท้าในกรณีบาดเจ็บที่ขา  การใส่ผ้ายืดรัดที่ข้อศอก หรือการใส่ปลอกคอ เป็นต้น ในระยะนี้ควรจะใช้ความร้อนช่วยด้วย เราใช้ความร้อนได้จากหลายรูปแบบ
     1.) เครื่องมือทางกายภาพ เช่น กระเป๋าไฟฟ้า  ถุงร้อน  อัลตร้าซาว
     2.) การใช้ยาเฉพาะที่   ในท้องตลาดมีหลายรูปแบบ เช่นครีม โลชั่น น้ำมัน  บางชนิดก็ทำออกมาในรูปแบบของสเปรย์
เพื่อความสะดวกในการใช้  มีข้อควรระวังก็คือการแพ้ยาและต้องระวังการใช้ยาในบริเวณผิวหนังที่อ่อนบางเพราะอาจร้อนเกิน เกิดอันตรายต่อผิวหนังได้ ดังนั้นจึงควรเลือกยาที่ใช้ได้ง่ายและมีผลข้างเคียงน้อย

  จะเริ่มออกกำลังได้เมื่อไร
     ความจริงแล้วเราเริ่มออกกำลังได้ตั้งแต่ระยะแรก แต่จะไม่มีการเคลื่อนไหวของส่วนที่บาดเจ็บ  จะยกตัวอย่างในกรณีของการบาดเจ็บที่ข้อศอก เราสามารถออกกำลังของแขนข้างนั้นได้โดยการกำมือ บีบ เกร็งกล้ามเนื้อเบาๆ อย่าให้ถึงกับเจ็บ ทำได้บ่อยๆ เมื่อพ้นระยะของการอักเสบ เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่นการลีบอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ หรือการยึดติดของข้อ ดังนั้นต้องออกกำลังและเคลื่อนไหวบริเวณข้อที่บาดเจ็บให้มากขึ้น

ข้อควรระวัง
     คือต้องทำในขนาดที่พอเหมาะไม่มากเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บซ้ำอีก ต้องทำช้าๆ และเริ่มจากเบาๆ ก่อน ให้ใช้ความรู้สึกเจ็บเป็นตัวกำหนด ถ้ารู้สึกเจ็บมากก็แสดงว่าทำมากหรือรุนแรงเกินไป

 ฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง
    

ร่างกายจะพร้อมมากขึ้นในช่วง 3-6 สัปดาห์หลังจากได้รับบาดเจ็บ  เราจะพยายามฟื้นฟูร่างกายให้คืนสู่สภาพปกติ
แต่ต้องจำไว้ว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าใจร้อน
     1.) เริ่มออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรง  เช่นการยกน้ำหนักเท่าที่เราสามารถยกได้ และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้น
     2.) ออกกำลังเพื่อเพิ่มความทนทานควบคู่ไปด้วยซึ่งทำได้โดยการใช้น้ำหนักต้านที่เบาๆ (หนักประมาณ 20-40% ของน้ำหนักที่สามารถยกได้) แต่ต้องยกติดต่อกันหลายๆครั้ง
     3.) ต้องเพิ่มความทนทานให้ระบบหัวใจ หลอดเลือด และปอดด้วย ทำได้โดยการออกกำลังแบบแอโรบิก ต่อเนื่องกันประมาณ 30 นาที
            ** การออกกำลังกายแบบนี้ควรทำต่อเนื่องมาตั้งแต่แรกไม่ควรหยุดถ้าไม่มีผลเสียต่อส่วนที่บาดเจ็บ  เช่น เคยออกกำลังแบบแอโรบิกด้วยการวิ่งอยู่เป็นประจำแล้วเกิดข้อมือซ้นจากการเล่นบาสเกตบอล ก็ยังคงสามารถวิ่งออกกำลังได้ตามปกติ เมื่อสภาพร่างกายพร้อมมากขึ้นให้เริ่มฝึกตามประเภทของกีฬาที่เล่น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความเร็ว อย่าลืมว่าเป็นแค่การฝึก ระวังอย่าให้รุนแรงหรือมากเกินไป

 กลับไปแข่งขันได้หรือยัง 
     ปัญหาที่พบบ่อยๆ ก็คือการบาดเจ็บที่เกิดซ้ำขึ้นอีก เนื่องจากใจร้อนกลับไปเล่นกีฬาในสภาพที่ร่างกายยังไม่พร้อม ก่อนที่จะกลับไปเล่นกีฬาได้เต็มที่โดยเฉพาะในระดับการแข่งขัน จะต้องมีการทดสอบและแน่ใจว่าร่างกายมีความสมบูรณ์
พร้อมมากกว่า  95%  ขึ้นไป

          จป.ดอทคอม  ขอขอบคุณที่มาของบทความ - โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

 
 

Back to jorpor.com