โรคตาที่เกิดจากการทำงาน
1. การบาดเจ็บจากสารเคมี (Chemical Burns)
สารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตานั้น มีทั้งชนิดที่เป็นกรดและด่าง แต่สารจำพวกด่างจะก่อให้เกิดอันตรายได้มากกว่า เนื่องจากด่างสามารถเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ ได้รวดเร็วมากหากไม่รีบทำการล้างตา ต่างจากพวกกรด ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับโปรตีนเนื้อเยื่อ เกิดเป็นกำแพงกั้นกรดมิให้ทำอันตรายได้ลึกมากนัก
 |
อาการแสดง
-ผิวหนังบวมแดง
-ตาแดง
-กระจกตาขุ่น
-ถ้าเลนส์ถูกทำลายด้วยจะเกิดเลนส์ขุ่น เรียกต้อกระจก (Cataract) |
 |
การป้องกัน
-สวมแว่นตา
-อบรมคนงานให้ทราบถึงวิธีการปฐมพยาบาล |
 |
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
-ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆ จนกว่าจะสามารถนำส่งสถานพยาบาลได้ |
2. อุบัติเหตุทางตาเชิงกล (Mechanical Injuries)
 |
Corneal Abrsion คือ ภาวะกระจกตาของผู้ป่วยเกิดรอยขีดข่วนเป็นแผลตื้น อาจเกิดจากสาเหตุดังนี้ ได้แก่ สิ่งแปลกปลอม คอนแทคเลนส์ แสงอุลตร้าไวโอเล็ต สารเคมี ฝุ่นผง ควัน ไอระเหย ฯลฯ
|
 |
Penetrated Injuries เกิดจากของมีคม ทำอันตรายต่อตาของผู้ป่วย อาจพบลักษณะดังต่อไปนี้
-เปลือกตาฉีกขาด (Lacerated Eyelids)
-ม่านตาฉีกขาด
-เรตินาฉีกขาด
-สิ่งแปลกปลอมในลูกตา (Intraocular Foreign Body) เกิดจากวัตถุต่างๆ เช่น โลหะ อโลหะ เศษไม้ กระเด็นเข้าลูกตาระหว่างทำงาน ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตามาก
ข้อควรระวัง
การไปพบแพทย์ช้า ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า อาจเกิดผลเสีย ถึงขั้นตาบอดได้ในกรณีที่เป็นโลหะพวกเหล็กและทองแดง
|
 |
Contusion Injuries คือ อันตรายที่เกิดจากแรงกระแทก อาจแสดงอาการได้ดังนี้
1.การมองเห็นลดลง เกิดจากหลายสาเหตุ คือ
-Dislocated Lens เลนส์หลุด ตก ไปในเบ้าตาซึ่งหากทิ้งไว้จะเกิดการสลายเลนส์เกิดภาวะที่เรียกว่า ต้อหิน(Glaucoma)
-Traumtic Cataract เกิดจากแคปซูลของแก้วตาฉีกขาดและขุ่น
-Vitreous Hemorrhage เลือดออกใน Vitreous Cavity
-Retinal Detachment เรตินาหลุดลอกออกจากแรงกระแทก
-Hyphema เลือดออกใน Anterior Chamber
ฯลฯ
2.การแตกของพื้นกระดูกเบ้าตา (Blowout Fracture) มีอาการคือ มองลงไม่ได้ ตาบุ๋มเข้าข้างใน ชาใต้ตา มองเห็นภาพซ้อน
การรักษาผู้ป่วยซึ่งได้รับอันตรายจากแรงกระแทก ต้องรีบส่งให้จักษุแพทย์เป็นผู้ประเมินการบาดเจ็บและพิจารณาการรักษาต่อไป ขณะที่นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลควรหาสิ่งวัตถุสะอาดมาครอบตาผู้ป่วยทั้ง 2 ข้าง เพื่อป้องกันมิให้ตาผู้ป่วยกลอกไปมา ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น |
3. การบาดเจ็บจากการสัมผัสรังสี (Radiation Exposure)
 |
Ionizing Radiation : x-ray ขนาด 500-800 R สามารถทำให้เกิด
1. ขนตาร่วง
2. ตาแห้ง
3. เลนส์ขุ่นที่เรียกว่า ต้อกระจก (Cataract)
การรักษา : หยอดน้ำตาเทียม ใส่แว่นป้องกัน ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์
|
 |
Ultraviolet Radiation กรณีที่ได้รับ แสง UV ความยาวคลื่นน้อยกว่า 300 nm ทำให้เกิดการทำลายของผิวกระจกตา
อาการแสดง : ปวดตากระทันหันตอนกลางคืน โดยมีประวัติสัมผัสกับแสง UV ในเวลากลางวันหลายชั่วโมงแสงเหล่านี้มักเกิดจากการสะท้อนจากผิวน้ำ พื้นทราย หรือวัตถุมันวาวอื่นๆ ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ประมาณเที่ยงคืน
การรักษา : เหมือนผู้ป่วย Corneal Abrasion |
4. ภาวะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตาจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Eye Strain)
 |
การวินิจฉัย : ประวัติการทำงานซึ่งเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์วันละ 6-8 ชม. หรือมากกว่านั้น |
 |
อาการ : ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตา ปวดหัว ผู้ป่วยเสียความสามารถในการยืดหดเลนส์เร็วกว่าปกติ |
 |
การป้องกันรักษา : เพิ่มแสงสว่างบริเวณโต๊ะทำงาน ใช้ Filter กับจอ ระหว่างทำงาน ควรพักสายตาเป็นระยะๆ |
|
|
A video from www.youtube.com, that explains how to relieve eye strain and headaches at work |
|